ศิษยานุศิษย์อาลัย เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ มรณภาพ

ศิษยานุศิษย์อาลัย เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ มรณภาพ

View icon 53
วันที่ 13 ส.ค. 2569 | 15.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศิษยานุศิษย์อาลัย พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ) เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) ได้มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 80 ปี 60 พรรษา

วันนี้ (13 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ) เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น (ธรรมยุต) ได้มรณภาพอย่างสงบเมื่อเวลา 00.00 น. ที่ผ่านมา สิริอายุ 80 ปี 60 พรรษา สร้างความโศกเศร้าแก่คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์เป็นอย่างมาก โดยวันนี้  เวลา 13.00 น. - 16.00 น. มีพิธีอัญเชิญสรีระสังขาร พระพรหมวชิรดิลก มายังศาลาอเนกประสงค์สุเมโธ 79 วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และเปิดโอกาสให้พระมหาเถระ พระเถรานุเถระ พระสงฆ์ สามเณร และญาติโยมสาธุชนสรงน้ำศพ จากนั้น เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ

สำหรับบรรยากาศที่วัดเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอาลัย มีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทยอยเดินทางมาที่วัด หลังทราบข่าวการละสังขารของพระพรหมวชิรดิลก (สมาน สุเมโธ อุบลพิทักษ์ ป.ธ.9) เพื่อรอร่วมพิธีอัญเชิญสรีระสังขาร และกราบสรีระสังขารด้วยความเคารพรักและศรัทธา โดยทางวัดได้มีการจัดเตรียมสถานที่ เพื่อประกอบพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ และพิธีทางศาสนาตามประเพณี

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ พระพรหมวชิรดิลก ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีคณะแพทย์รักษาอย่างใกล้ชิด จากภาวะติดเชื้อในช่องท้องอันเนื่องมาจากโรคตับแข็ง ร่วมกับภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและไตวาย ทำให้อาการทรุดลงตามลำดับ กระทั่งวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 69 คณะแพทย์ร่วมกับทีมศูนย์การุณรักษ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พิจารณาอนุมัติให้กลับมาพักธาตุขันธ์ ที่วัดป่าแสงอรุณ ตามเจตนารมณ์ที่พระพรหมวชิรดิลก ได้เคยบอกไว้ โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้ละสังขารอย่างสงบในที่สุด

ทั้งนี้ ก่อนการเคลื่อนย้ายสรีระสังขารกลับวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เชิญผ้าไตรและสังฆทานพระราชทานไปถวายแด่พระพรหมวชิรดิลก ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้