อิหร่านยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐฯ ได้บริเวณทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐฯ บอกเป็นรุ่นเก่า ไม่มีข้อมูลความลับ

อิหร่านยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐฯ ได้บริเวณทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐฯ บอกเป็นรุ่นเก่า ไม่มีข้อมูลความลับ

View icon 20
วันที่ 9 ก.ย. 2569 | 11.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองทัพเรืออิหร่าน สามารถยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐฯ ได้ที่บริเวณทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสหรัฐฯ ยืนยันเป็นเรื่องจริง โดรนลำดังกล่าวขัดข้องขณะปฏิบัติภารกิจ แต่เป็นโดรนรุ่นเก่า ไม่มีข้อมูลที่เป็นความลับแต่อย่างใด

วันนี้ (9 ก.ย. 69) กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เผยว่า อิหร่านสามารถยึดโดรนใต้น้ำของสหรัฐฯ ได้ที่บริเวณปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ ซี่งโดรนใต้น้ำลำนี้ติดตั้งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเอาไว้

ทางสื่อของทางการอิหร่าน ระบุว่า โดรนใต้น้ำที่สามารถยึดมาได้คือรุ่น "Dive-LD" ซึ่งเป็นโดรนใต้น้ำอัตโนมัติขนาดใหญ่ที่ผลิตโดยบริษัท Anduril บริษัทด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งทางบริษัท Anduril ระบุว่า โดรนใต้น้ำรุ่นนี้มีความยาว 5.8 เมตร สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบ อาทิ การกวาดล้างทุ่นระเบิด, การทำแผนที่พื้นท้องทะเล, การรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง และการตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานใต้น้ำ เช่น สายเคเบิลและท่อส่งต่าง ๆ

โดยโดรนใต้น้ำรุ่นนี้สามารถปฏิบัติภารกิจได้นานสูงสุด 10 วัน โดยไม่ต้องกลับฐาน และได้รับการออกแบบมาให้สามารถดำลงน้ำได้ลึกถึง 6,000 เมตร ขณะที่ทางเว็บไซต์ข่าว DefenseScoop ซึ่งนำเสนอข่าวสารด้านการทหารของสหรัฐฯ รายงาน ราคาของโดรนใต้น้ำที่รุ่น "Dive-LD" ในปี 2567 อยู่ที่ประมาณลำละ 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8.2 ล้านบาท)

ด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ระบุว่า โดรนใต้น้ำลำดังกล่าวเกิดขัดข้อง ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจสำรวจน่านน้ำในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการที่ดำเนินอยู่ ซึ่งโดรนลำที่ขัดข้องนั้นเป็นโดรนใต้น้ำรุ่นเก่า ซึ่งไม่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลที่มีความละเอียด และไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์โซนาร์หรือเรดาร์ที่เป็นความลับแต่อย่างใด

ขณะที่บริษัท Anduril ซึ่งเป็นผู้ผลิตโดรนใต้น้ำรุ่นดังกล่าว ยืนยันว่าได้สูญเสียโดรนไปจริง พร้อมระบุว่า โดรนใต้น้ำที่รุ่น "Dive-LD" เป็นระบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาให้สามารถสูญเสียหรือเสียหายได้ (attritable system) หมายความว่ามันถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้นให้ปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่อันตราย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียโดรนลำนี้ไป

ขณะนี้ทางกองทัพสหรัฐฯ กำลังลงทุนอย่างมหาศาลในระบบโดรนทางน้ำ ซึ่งรวมถึงโดรนใต้น้ำและโดรนผิวน้ำ เพื่องหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในการเฝ้าตรวจพื้นที่มหาสมุทร รวบรวมข่าวกรอง และติดตามเรือรวมถึงเรือดำน้ำของฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ต้องนำกำลังทหาไปเสี่ยงอันตราย