ข่าวภาคค่ำ - นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายความมั่นคง สั่งฝ่ายปกครอง และตำรวจ คุมเข้มตั้งด่านตรวจค้นปืน และยาเสพติดเป็นหลัก พร้อมสั่งให้เข้มงวดกับการปราบปรามอันธพาล และองค์กรอาชญากรรม
นายกฯ มอบนโยบาย สั่งคุมเข้มอาวุธปืน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่
โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ภาคกลางและภาคตะวันออก 25 จังหวัด และผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายกฯ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่ง ขอให้ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เข้มงวดกวดขันเรื่องอาวุธปืนเป็นพิเศษ อย่าให้มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ
โดยในส่วนของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กำชับว่า ให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3 และให้นโยบายเพิ่มว่า อาวุธปืนเป็นสิ่งที่ร้ายแรงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หากผู้ใช้ไม่มีหน้าที่ในทางกฎหมาย
สั่งตั้งด่านค้น ปืน-ยาเสพติด ปราบอันธพาล
นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีปืนทั่วประเทศ 10 กว่าล้านกระบอก เฉลี่ยประชาชน 6-7 คน จะมีอาวุธปืน 1 กระบอก
จึงขอให้ร่วมกันตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืน และยาเสพติดเป็นหลัก ให้เข้มงวดกับการปราบปรามอันธพาล และองค์กรอาชญากรรม โดยให้อิสระอย่างสูงสุดในการปฎิบัติหน้าที่ คือ ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม
โดยไม่ต้องสนใจว่า ใครจะโทรศัพท์เข้ามา เพราะถ้าไม่ใช่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผู้บังคับบัญชา โทรมาสั่ง ก็ไม่ใช่คำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และถ้าใคร โทร.มาแล้ว อ้างชื่อ นายกฯ ขอให้มั่นใจได้เลยว่า เป็นตัวปลอม
กรมการปกครอง ห้ามแจกปืนให้ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน
ส่วนกรณีที่โลกออนไลน์แชร์ภาพงานเลี้ยงครบรอบ 134 ปี กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในงานมีการจับรางวัล มอบปืนลูกซองยาว 5 กระบอก จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า ตามนโยบายของรัฐบาล จะไม่มีการแจกปืน เป็นรางวัลให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน แต่จะเปลี่ยนเป็นให้สิ่งอื่นที่มีมูลค่าทดแทน
ย้ำว่า นโยบายเร่งด่วนในขณะนี้ คือ ระงับการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ใบ ป.3 และระงับโครงการปืนสวัสดิการไว้ก่อน เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน ทั้งฝ่ายข้าราชการและประชาชนทั่วไป