กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ในระดับที่ "ไม่เคยมีมาก่อน" ผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ-ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ
วันนี้ (14 ส.ค. 69) “สก็อต เบสเซนต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิวส์แม็กซ์ (Newsmax) เมื่อวานนี้ (13 ส.ค. 69) ว่า สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการเศรษฐกิจต่ออิหร่านในระดับที่ "ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" ในประวัติศาสตร์การโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง
โดย “สก็อต เบสเซนต์” ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่เรียกว่า "อีโคโนมิก ฟิวรี" (Economic Fury) หรือความเดือดดาลทางเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงคำมาจาก "ปฏิบัติการเอพิกฟิวรี" (Epic Fury) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอลต่ออิหร่านที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการผสมผสานระหว่างการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจและการเดินหน้าปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
โดยสหรัฐฯ จะมุ่งเป้าไปที่บัญชีธนาคาร เงินคริปโต และทรัพย์สินทั่วโลกของอิหร่าน พร้อมตัดช่องทางการชำระเงินทั้งที่ส่งไปยังผู้นำอิหร่านและตัวรัฐบาลอิหร่าน
ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังยกระดับมาตรการกดดันทางการเงินต่ออิหร่าน ซึ่งเริ่มขึ้นหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กลับมาใช้นโยบายกดดันขั้นสูงสุดเมื่อปี 2568 และยิ่งเข้มข้นขึ้นอีกหลังการเปิดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา