สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเพลิงศพ พลตำรวจเอก เสริม จารุรัตน์

View icon 42
วันที่ 16 ส.ค. 2569 | 20.03 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 17.32 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง เมรุวัดธาตุทอง ในการพระราชทานเพลิงศพ พลตำรวจเอก เสริม จารุรัตน์ ซึ่งถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 สิริอายุ 97 ปี

พลตำรวจเอก เสริม จารุรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2472 เป็นบุตรของอำมาตย์ตรี หลวงคหกรรมบดี (ชม จารุรัตน์) และนางภัทรา จารุรัตน์ วัยเด็กศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ และวชิราวุธวิทยาลัย, ปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นแรก ควบคู่กับเป็นนักเรียนพลตำรวจ ประจำกองร้อย 3 ในปี 2495 ได้รับแต่งตั้งให้ประจำแผนกกฎหมาย กองวิชาการ กรมตำรวจ จากนั้นได้รับคัดเลือกให้ไปศึกษาด้านกิจการตำรวจ ณ ประเทศอังกฤษ ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้นำที่เมืองแคนเทอร์เบอรี และเข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมนายร้อยอีตัน ฮอลล์ โรงเรียนตำรวจเขต 4 และโรงเรียนสืบสวนสกอตแลนด์ยาร์ด รวมทั้งฝึกงานตามสถานีตำรวจต่าง ๆ ก่อนไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ด้านการบริหารงานตำรวจ ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา สหรัฐอเมริกา เมื่อกลับประเทศไทย ได้ดำรงตำแหน่งรองสารวัตร สารวัตรแผนกศูนย์รวมข่าว และรองผู้กำกับการรถวิทยุและศูนย์รวมข่าว มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานระบบวิทยุสื่อสารของตำรวจ ในปี 2505 ได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาหลักสูตรของสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FBI รุ่นที่ 70 เป็นข้าราชการตำรวจไทยคนแรกที่ได้รับโอกาสดังกล่าว และได้นำความรู้ ตลอดจนวิทยาการตำรวจสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานตำรวจไทย

ตลอดชีวิตราชการ ได้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญต่าง ๆ อาทิ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ และรองอธิบดีกรมตำรวจ ทั้งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานงานตำรวจ โดยเฉพาะงานสายตรวจ งานปฏิบัติการพิเศษ และงานถวายความปลอดภัย เป็นผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 คนแรก ทั้งยังได้รับพระบรมราชานุญาตให้นำ "ตราอุณาโลม" มาประดับบนเครื่องหมายประจำหน่วย และสืบทอดเป็นเอกลักษณ์ของหน่วยมาจนปัจจุบัน และเป็นผู้วางรากฐานหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ "หน่วยสวาท" รองรับการก่อการร้ายสากล

พลตำรวจเอก เสริม อุทิศตนปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ และพระราชอาคันตุกะ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และต่ออายุราชการ จนอายุครบ 72 ปี รวมทั้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ให้ร่วมเป็นสมาชิกวงดนตรี "สหายพัฒนา" และวงดนตรี "อ.ส.วันศุกร์" ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ และ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 ชั้นที่ 3 ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ คุณหญิงชโลบล จารุรัตน์ มีบุตร-ธิดา 3 คน

ข่าวอื่นในหมวด