ห้องข่าวภาคเที่ยง - เจ้าหน้าที่หลายหน่วย ยังระดมกำลังดับไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่วันนี้โรงเรียนในพื้นที่ ปิดชั่วคราว ซึ่งสาเหตุนอกจากฝีมือคนเสียผลประโยชน์ที่ลักลอบตัดไม้แล้ว ล่าสุดยังพบแปลงปลูกปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ บุกรุกกลางป่าพรุ
ความคืบหน้าหลังจากวานนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า และเจ้าหน้าที่หลายหน่วย ระดมกำลังช่วยกันสกัดไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ให้ขยายวงกว้าง และอุปสรรคมี "ไฟมุด" หรือความร้อนที่ระอุใต้ผิวดิน ที่เกิดจากการทับถมของซากพืช เมื่อลมพัดแรง เปลวไฟก็พร้อมปะทุ เป็นแนวไฟลุกลาม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลา เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็ว
ขณะที่เช้าวันนี้ เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ พบว่าสถานการณ์เริ่มเข้าสู่การควบคุมได้แล้ว และเจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า เข้าคุมพื้นที่ป้องกันการปะทุซ้ำได้ครอบคลุม และป้องกันไม่ให้ขยายวง ซึ่งช่วงเช้า กลุ่มควันลอยต่ำปกคลุมพื้นที่ตำบลเคร็ง กระทั่งช่วงสายที่ผ่านมา เริ่มมีลมพัดแรงขึ้น ได้พัดกลุ่มควันลอยขึ้นสูง จนเริ่มเบาบางคลี่คลาย แต่กลิ่นควันไฟเดิม รวมทั้งกลิ่นเหม็นไหม้ ยังคงตลบอบอวลเต็มพื้นที่
ด้าน นายธรรมนูญ คงจันทร์ นายก อบต.เคร็ง บอกว่า ขณะนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากฝุ่นควันไหม้ป่าพรุ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชาวบ้าน จึงนำเครื่องวัดคุณภาพอากาศมาติดตั้งในพื้นที่ นอกจากนี้ วันนี้ยังแจ้งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว โรงเรียนชะอวดเคร่งธรรมวิทยา, โรงเรียนบ้านควนชิง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านควนชิง เป็นเวลา 1 วัน
นอกจากนี้ มีชาวบ้านส่งเบาะแสการบุกรุกป่าพรุควนเคร็ง ปลูกปาล์มน้ำมัน 3 จุด โดยไม่มีแปลงอื่นอยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดความสงสัยว่าเป็นพื้นที่ชนิดใด และเหตุใดมีการนำเครื่องจักรกลเข้าไปขุดร่องปลูกปาล์มน้ำมันได้
ซึ่งคาดว่าความเสียหายผืนป่านับพันไร่ แต่กลับมีการปกปิดข้อเท็จจริง แจ้งว่าเสียหายแค่ 200-300 ไร่ และหากคำนวณ 1 ตารางกิโลเมตร ที่มีพื้นที่เท่ากับ 625 ไร่ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่า ขณะนี้การบุกรุกกี่ตารางกิโลเมตร ก็ให้นำพื้นที่ที่เสียหายไปคูณกับ 625 ไร่ ก็จะได้ตัวเลขพื้นที่เสียหายจริง