ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามกันต่อกับ “สุสานชาวยิว” ที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ด้านในสุสาน พบมีการแอบฝังศพโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอำเภอบางคล้า ก็ไปแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของสุสานชาวยิวแล้ว
เร่งหาแนวทางจัดการหลุมศพ สุสานชาวยิว จ.ฉะเชิงเทรา
ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบสุสาน อยู่เขตหมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยพบมีศพฝังอยู่ภายในจริง จำนวน 4 หลุม
และในจำนวนนี้ 1 หลุม พบอยู่บริเวณริมกำแพง ท้ายแปลงที่ดิน มีลักษณะการฝังศพแล้วเสร็จ มีการโบกปูนปิดบริเวณหลุมฝังศพ และมีการติดแผ่นป้ายประจำหลุม ซึ่งหลุมฝังศพหลุมนี้คาดว่าน่าจะเป็นหลุมฝังศพเดิมก่อนที่ใบอนุญาตจะสิ้นสุดลง
ส่วนที่เต็นท์ สีน้ำเงิน พบหลุมฝังศพ 3 หลุม ข้อมูลจากผู้เข้าตรวจสอบระบุว่า หลุม 3 หลุม มีการเทปูนปิดแล้ว ขณะที่อีก 1 หลุม ยังไม่ได้เทปูน แต่มีการนำหินมาเรียงไว้บริเวณหลุม และมีป้ายชื่อชั่วคราว มีการวางเรียงหินโดยรอบ และมีแผ่นป้ายด้วยบ่งบอก ปีที่แล้ว ค.ศ. 2025 ส่วนข้อมูลอีก 1 หลุม ระบุว่า เสียชีวิตในปี ค.ศ. 2026
ต่อมา นายเอกราช กฤตยพงษ์ นายอำเภอบางคล้า มอบหมายให้ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางคล้า แล้ว เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในความผิดตามพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. 2528 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด รวมทั้งประสานให้รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายศพไปยังสุสานที่ได้รับอนุญาตภายในเวลาที่กำหนด
สำหรับแนวทางจัดการหลุมศพทั้งหมด ต่อไปต้องทำอย่างไรนั้น ขณะนี้ นายอำเภอบางคล้า บอกว่าอยู่ระหว่างการหารือและต้องศึกษาเรื่องข้อกฎหมายให้รัดกุม ว่าขอบเขตอำนาจสามารถทำได้แค่ไหนและอย่างไรบ้าง
เจ้าของบ่อกุ้ง ผวาสุสานชาวยิว
ปฏิเสธไม่ได้กรณีมีสุสานฝังศพมาตั้งอยู่ในชุมชน ลุกลาม ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวบ้าน รวมทั้งเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ที่อยู่ใกล้สุสาน ถึงกับผวาไม่กล้าออกมาจับกุ้งทำกินช่วงกลางคืน
เจ้าของธุรกิจบ่อกุ้ง อยู่ใกล้กับ สุสานชาวยิว พื้นที่หมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ซึ่งตามปกติตนเองจะต้องออกมาจับกุ้งขึ้นจากบ่อ เฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น แต่พอมามีประเด็นเรื่อง สุสานยิว ที่ตั้งอยู่ในชุมชน และใกล้กับพื้นที่ทำมาหากิน ยอมรับว่ารู้สึกกังวลใจ ต้องปรับแผนออกมาจับกุ้งตอนช่วงกลางวันแทน จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางจัดการกับหลุมศพทั้งหมด
ส่วนคืบหน้ากระแสข่าว “ชาบัด ป่าตอง” ที่จังหวัดภูเก็ต หลังมีประกาศเผยแพร่เชิญชวนชาวอิสราเอลจากทั่วโลก เดินทางมาร่วมกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งตรงกับเทศกาลปีใหม่ของชาวยิว โดยมีการประชาสัมพันธ์ตัวเลขผู้เข้าร่วมประมาณ 2,000 คน
เมื่อคืน ทีมข่าวลงพื้นที่ย่านป่าตอง สำรวจความคิดเห็นของประชาชน และผู้ประกอบการ พบว่ามีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และกังวล
คนไทยบางส่วนที่อาศัยป่าตอง บอกว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในพื้นที่ โดยมองว่าควรคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ ผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงการเคารพวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนไทย แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ย้ำว่าไม่ได้ต้องการเหมารวมชาวอิสราเอลทั้งหมด แต่กังวลที่รูปแบบของกิจกรรม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับ พนักงานบริษัทขายทัวร์ ซึ่งมีลูกค้าชาวอิสราเอล เป็นประจำ มองต่างออกไป โดยเห็นว่าการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว จัดกิจกรรม หรือร่วมงานตามความเชื่อแล้วเดินทางกลับ ไม่ใช่ปัญหา หากทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
แต่สิ่งที่เธอกังวลคือ หากมีการพำนักระยะยาว หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวร เพื่อประกอบกิจกรรมทางศาสนา ก็ควรมีการพิจารณาตามกฎหมายอย่างรอบคอบ
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ชาวป่าตอง ต้องการคือ กติกาที่ชัดเจน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และการเคารพพื้นที่ของกัน และกัน เพราะไม่ว่าจะมาเที่ยว หรือมาร่วมกิจกรรม เมื่ออยู่บนแผ่นดินไทย ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย และกติกาของประเทศไทย
ต้องยื่นอุทธรณ์ใน 7 วัน ปม “ชาวอิสราเอล” ถูกเนรเทศ
ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยให้เนรเทศ นายยาคอฟ โอฮะยอน สัญชาติอิสราเอล ออกนอกราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา
จากกรณีส่งข้อความข่มขู่เจ้าของสวนสัตว์บนเกาะสมุย หาก นายยาคอฟ ไม่เห็นด้วยกับคำสั่ง มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ นายกรัฐมนตรี ขอให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศ ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันทราบคำสั่งนี้
ส่วนขั้นตอนการเนรเทศนั้น จะต้องให้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือแจ้งให้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทราบ หากผู้ถูกเนรเทศไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ จะต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วัน
“ยาคอฟ” ยังอยู่ในไทย จ่อเพิกถอนวีซา
เมื่อสอบถามกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) แจ้งว่า นายยาคอฟ ยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ยังคงอยู่ภายในประเทศไทย เบื้องต้นอยู่ระหว่างการเพิกถอนวีซ่า
โดยมีรายงานว่า ขณะนี้ นายยาคอฟ ถูกควบคุมตัวมาไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย ซึ่ง นายยาคอฟ อยู่ระหว่างการยื่นประกัน