เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระแสในโลกออนไลน์ หลังคนไข้โพสต์รอรักษานาน แล้วมีคอมเมนต์ ทำไมไม่รอตายที่บ้าน

เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระแสในโลกออนไลน์ หลังคนไข้โพสต์รอรักษานาน แล้วมีคอมเมนต์ ทำไมไม่รอตายที่บ้าน

View icon 131
วันที่ 17 ส.ค. 2569 | 12.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รพ.แห่งหนึ่ง ที่ จ.ขอนแก่น เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระแสในโลกออนไลน์ หลังคนไข้โพสต์รอรักษานาน แล้วมีคอมเมนต์ "ทำไมไม่รอตายที่บ้าน" โดยมีชาวเน็ตระบุว่า คนคอมเมนต์เป็นบุคคลากรทางการแพทย์  

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 จากกรณีหญิงรายหนึ่งเสียชีวิต ภายหลังโพสต์ภาพและข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง เป็นรูปภาพระหว่างอยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ จ.ขอนแก่น พร้อมระบุข้อความว่า “...มาแต่ 12.00 น. จนป่านนี้ ถ้าบ่ตรวจให้ แต่ตายยุบ้านโลดสู” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีจำนวนผู้ที่กดแสดงความรู้สึกประมาณ 4.2 พันครั้ง มีความคิดเห็น 2.1 พันข้อความ และถูกแชร์ออกไปประมาณ 1.9 พันครั้ง

หลังจากนั้น มีการเผยแพร่อีกโพสต์หนึ่ง ที่ระบุข้อความว่า “นอนโรงบาลจักอาทิตย์เด้อลูกค้าหนักยุค” พร้อมสัญลักษณ์ร้องไห้ 4 ตัว และแนบภาพร่างกายที่รอยจ้ำสีแดงตามร่างกายหลายตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน ในช่องความคิดเห็น ปรากฏข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ที่ระบุว่า “ขอบคุณทุกคนมากๆ ครับ ผมเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต” พร้อมอ้างว่า ที่จริงแล้ว แม่น่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลในวันนั้น หรือวันถัดไป แต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า แม่หมดสติภายในห้องน้ำ ขณะไปทำธุระ ศีรษะฟาดพื้น และมีเลือดคั่งในสมอง โดยเหตุเกิดหลังจากสิ้นสุดเวลาเยี่ยมญาติแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างประสานติดต่อ เพื่อขอข้อมูลและยืนยันข้อเท็จจริง โดยลูกชายของผู้เสียชีวิต ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุที่แม่หมดสติในห้องน้ำ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อสอบถามแพทย์กลับได้รับคำตอบไม่ชัดเจน และยังไม่ทราบว่า ใครเป็นผู้พบแม่หมดสติ เป็นคนไข้ที่อยู่ภายในตึกเดียวกันหรือพยาบาลที่เข้าเวร

เจ้าของความคิดเห็นยังตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง และไม่มีผู้สังเกตว่าผู้ป่วยลุกออกจากเตียง พร้อมระบุว่าเวลาผ่านไปตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย เดิมครอบครัวเข้าใจว่าจะมีการผ่าตัด แต่ท้ายที่สุดไม่ได้ผ่าตัด กระทั่งช่วงบ่าย 2–3 มีการย้ายตึกและย้ายห้อง ก่อนครอบครัวจะได้รับคำตอบสุดท้ายว่าไม่สามารถช่วยได้ทัน เนื่องจากมีเลือดออกมาก บัญชีดังกล่าวอ้างอีกว่า แม่ล้มตั้งแต่ช่วงกลางคืน และมีการโทรแจ้งบิดาในเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่เวลาเยี่ยมญาติรอบสุดท้ายอยู่ระหว่าง 18.00–20.00 น. จึงตั้งคำถามว่า หลังหมดเวลาเยี่ยมแล้ว การดูแลผู้ป่วยเป็นหน้าที่ของพยาบาลหรือไม่

ผู้ที่ระบุว่าเป็นลูกชาย ยังกล่าวว่า ตน บิดา และญาติไม่ได้สอบถามรายละเอียดในเวลานั้น เนื่องจากอยู่ในอาการช็อก ทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จึงได้แต่ยอมรับสถานการณ์ ทั้งที่มารดาควรได้กลับบ้าน แต่กลับต้องนำร่างไร้วิญญาณกลับไปแทน พร้อมระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวกำลังประกอบพิธีตามศาสนา อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยยังอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสดราม่าอย่างหนักในพื้นที่และบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะสาปแช่งให้ผู้ป่วยเสียชีวิต และมีการระบุในโลกออนไลน์ว่าผู้แสดงความคิดเห็นรายหนึ่งเป็นพยาบาล แต่จากข้อมูลที่ได้รับขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตน วิชาชีพ หรือหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลดังกล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงไปยังโรงพยาบาลขอนแก่น โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้รายละเอียดเกิดความคลาดเคลื่อนหรือถูกบิดเบือน และจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้งในภายหลัง

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังไม่ระบุอายุและที่อยู่ของผู้เสียชีวิต วันและเวลาเสียชีวิต ผลการตรวจทางการแพทย์ ตลอดจนสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถสรุปความเชื่อมโยงระหว่างรอยแดงตามร่างกาย ระยะเวลารอรับการตรวจ เหตุหมดสติภายในห้องน้ำ และการเสียชีวิตได้ จนกว่าจะมีผลตรวจสอบและคำชี้แจงจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป