รมว.กลาโหม ไม่ตอบคำถาม โดรนบินชายแดน ชาวกัมพูชาอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว

รมว.กลาโหม ไม่ตอบคำถาม โดรนบินชายแดน ชาวกัมพูชาอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว

View icon 38
วันที่ 17 ส.ค. 2569 | 12.22 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รมว.กระทรวงกลาโหม ไม่ตอบคำถาม โดรนบินชายแดน ชาวกัมพูชาอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (17 ส.ค.69) พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกสื่อมวลชน เพียงสั้น ๆ ว่า “เดี๋ยวอาทิตย์หน้าคุยกัน” หลังสื่อมวลชน พยายามสอบถามถึงประเด็นที่กล่าวบนเวทีเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศว่า ไทยไม่จำเป็นต้องผลิตได้ทุกอย่าง แต่ควรเน้นผลิตสิ่งที่จำเป็น และขณะนี้ไทยมีศักยภาพในการผลิตมากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงกระแสข่าวว่าชาวกัมพูชาที่อพยพจากบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว จะกลับเข้ามาในพื้นที่ใหม่ รวมถึง “โดรน” ของกัมพูชาที่บินอยู่ตามแนวชายแดน ว่าจะมีการพูดคุยหรือแก้ไขปัญหาระหว่างสองประเทศหรือไม่ นั้น

พล.ท. อดุลย์ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนมอบหมายให้ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นดังกล่าวกับ พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหมแทน

พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าต้องตรวจสอบรายละเอียดข่าวชาวกัมพูชาเตรียมอพยพกลับบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว เพราะยังไม่มีการยืนยัน  ทั้งนี้เรามีกระบวนการและกลไกพร้อมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น JBC / GBC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดน  โดยจะต้องรอฟังการเจรจาพูดคุย ผ่านทวิภาคีก่อน

ส่วนกรณีที่กัมพูชาบินโดรนตามแนวชายแดน จะมีวิธีการพูดคุยระหว่างประเทศหรือไม่นั้น พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องการบินโดรน หรือแอนตี้โดรน ที่มีข่าวว่ากัมพูชาใช้อยู่นั้น  ไทยก็ใช้แนวทางการประท้วง โดยกองกำลังไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนส่งหนังสือประท้วง ซึ่งมาตรการในการป้องกัน ไทยก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะแอนตี้ แอนตี้โดรน ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทเอกชนก็มีความพร้อมในการสนับสนุนในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ว่าเรามีระบบในเรื่องของการต่อต้านแอนตี้โดรนของกัมพูชา และมีการข่าวเฝ้าระวังตลอดเวลาว่ากัมพูชามีการใช้ระบบต่าง ๆ อย่างไร ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิบัติการของไทยในการต่อต้านด้วย

ขณะที่กระบวนการเจรจาทวิภาคีและการประชุม JBC ที่ยังชะงักอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่กัมพูชาจะมองข้ามช็อต จะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการ JBC จะมีการพูดคุยกันอยู่ อย่างน้อยฝ่ายเลขาฯ ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดูความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลง ของ Joint Statement ที่ลงนามเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 มากน้อยเพียงใด แต่เท่าที่ดูเสียงสะท้อนจาก นายสีหศักดิ์พงศ์เกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดไปว่ากัมพูชายังไม่แสดงความพร้อม ยังมีการยั่วยุ และพยายามพูดคุยในเวทีต่างประเทศในเรื่องของการประท้วงและตำหนิไทย ทั้งทั้งที่สิ่งที่ไทยทำมาปฏิบัติตามมาตรฐานสากลกฎหมายระหว่างประเทศ และ Joint Statement เราทำตามอย่างต่อเนื่อง

แต่ก็ยังมีการใช้โดรนและแอนตี้โดนมาก่อกวน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของการละเมิด Joint Statement  ที่กัมพูชาทำกับไทย ตราบใดที่ยังมีกระบวนการหรือขั้นตอนตรงนี้อยู่ การพูดคุยก็จะเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะกัมพูชาแสดงความไม่จริงใจในเรื่องการดำเนินการตรงนี้ เหตุใดเราต้องมาคุย หากคุย ความไม่จริงใจก็ยังคงอยู่ มันก็จะไม่เกิดประโยชน์ ในเรื่องของการเจรจา เพราะมีการละเมิดในสิ่งที่ตกลงไว้

สำหรับการเจรจาไม่เอื้อจะกระทบต่อบรรยากาศตามแนวชายแดน หรือไม่ พล.ร.ต. สุรสันต์ ระบุว่า ก็จะมีกองกำลังหน่วยตามแนวชายแดน พูดคุยระดับพื้นที่กับฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ ซึ่งตนดูแล้วในเรื่องความสัมพันธ์ ระดับหน่วยท้องถิ่นตามแนวชายแดน ถือว่ายังสามารถพูดคุยกันได้ และบางหน่วยก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์มาได้ในระดับหนึ่ง เช่นกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรนารี มีการพูดคุยระดับ RBC ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเจรจาพูดคุย

ส่วนอาจจะเป็นการพูดเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ หรือไม่ ที่สัญญาว่าชาวกัมพูชาจะกลับไปอยู่บ้านหนองจาน พล.ร.ต. สุรสันต์ ว่า ส่วนตัวคงไม่สามารถไปแสดงความคิดเห็นไปในเรื่องการเมือง หรือมุมมองของฝ่ายกัมพูชาได้ ว่าวัตถุประสงค์ คือ อะไร แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างอยู่ที่ความจริงใจการพูดคุย หากมีความจริงใจพูดคุยกันและปฏิบัติตาม ตามที่ตกลงไว้ก็จะกลับไปสู่สันติภาพได้

สำหรับกรณีกัมพูชาเตรียมรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในการฝึกซ้อมรบร่วมทางทหารภายใต้รหัส อังกอร์ เซนตินอล จะกระทบกับไทย หรือไม่นั้น พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า การฝึกซ้อมระหว่างกัมพูชากับสหรัฐฯ จะเน้นเพื่อการบรรเทาสาธารณะภัยเป็นหลัก มิติของเรื่องการใช้อาวุธ จะไม่มีในการฝึกครั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะมีการฝึกใช้อาวุธก็ตาม แต่มุมมองของตนเองนั้น มองว่าเป็นสิทธิของประเทศนั้น เพราะเป็นอธิปไตยของเขาในการดำเนินงาน แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าไทยมีความพร้อม ทั้งกองกำลังตามแนวชายแดน ก็มีการเฝ้าระวังตรวจสอบตามแนวชายแดนตลอด และมีมาตรการรับมือกับภัยคุกคามต่าง ๆ ข้ามชายแดน เชื่อว่าจากที่ผู้ใหญ่ไปพูดคุยกับสหรัฐอเมริกา หรือจีน ทุกคนก็ยืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว ปัญหาไทยกัมพูชา ขอให้ทั้งสองประเทศพูดคุยกันเอง เจรจาผ่านกลไกทวิภาคี ในการพูดคุย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง