เช้านี้ที่หมอชิต - เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง รวมตัวชุมนุม ติดตามข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการนำจังหวัดเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ทั้งที่ รองนายกรัฐมนตรีฯ เคยรับปากจะนำข้อเรียกร้องไปหารือกับนายกฯ แต่ผ่านมากว่า 45 วัน ยังไร้คำตอบ
กลุ่มประชาชนในนาม "เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง" รวมตัวชุมนุมที่ ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเรียกร้องให้ยุติการนําจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC และผลการเจรจากับรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
หลังจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ให้คำมั่นว่าจะนำข้อเรียกร้องของเครือข่ายไปหารือกับนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อพิจารณาทบทวนและยกเลิกการขยาย EEC มายัง จังหวัดปราจีนบุรี ตามข้อเสนอของเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง แต่เวลาผ่านมากว่า 45 วันแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ได้รับคําตอบที่ชัดเจน
พร้อมกันนี้ทาง เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ขอประกาศย้ำ 6 เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลต้องยุติการนํา จังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC ดังนี้
1.จังหวัดปราจีนบุรี มีศักยภาพและจุดแข็งด้านเกษตรอินทรีย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ พื้นที่ต้นน้ำและป่าไม้สำคัญ
2. ดำเนินการขาดความโปร่งใส ส่งผลให้เกิดโรงงานทั้งผิดและถูกกฎหมาย กระจายไปทั่วโดยเฉพาะนักลงทุนจีน และเมื่อมี พ.ร.บ. EEC ปี 2561 ปราจีนบุรี กลายเป็น "หลังบ้าน EEC" แหล่งรองรับและกำจัดของเสียจากพื้นที่อุตสาหกรรมหลักในภาคตะวันออก
3.การศึกษาความเหมาะสมขาดความรอบด้าน ใช้เวลาศึกษาเพียงไม่กี่เดือน ทั้ง ๆ ที่เป็นนโยบายขนาดใหญ่
4. กฎหมาย EEC เอื้อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนมากกว่าการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตชาวบ้าน
5. การขยาย EEC จะเร่งการกว้านซื้อที่ดินและเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้คนท้องถิ่นเสี่ยงสูญเสียที่ดินทำกิน
6.การนำจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC ทำให้สูญเสียพื้นที่น้ำอนุรักษ์ เนื่องจากภาคอุตสาหกรรม มีความต้องการใช้น้ำปริมาณมาก
ด้วยเหตุผลทั้ง 6 ประการนี้ เครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ขอเรียกร้องให้รัฐบาล และ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยุติกระบวนการนําจังหวัดปราจีนบุรี เข้าสู่ EEC
ทั้งนี้ทางเครื่อข่ายฯ ขอให้เร่งชี้แจงรายละเอียดผลการพิจารณาเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรมายังเครือข่ายฯ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นหนังสือฉบับนี้ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ ทั้งเรื่องมลพิษ กากอุตสาหกรรม และการประกอบกิจการที่ผิดกฎหมาย