เช้านี้ที่หมอชิต - มาที่เรื่องอาหารการกิน หลายท่านอาจคุ้นเคยกับการห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง เพราะเป็นยาอันตราย คนกินเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ถ้ารุนแรงมากอาจเสียชีวิตได้ ขนาดผลข้างเคียงรุนแรง แต่ในช่วง 8 เดือนที่ตรวจค้น 16 จุดใน 5 จังหวัด มีการอายัดโคเนื้อเกือบ 1,000 ตัว เพราะเกี่ยวข้องกับสารนี้
สาเหตุใช้เวลานานกว่า 8 เดือน สำหรับปฏิบัติการนี้ เพราะชุดสืบสวนค่อย ๆ ไล่ตรวจสอบ เริ่มจากร้านขายเนื้อโคในตลาดจังหวัดปทุมธานี ก็เก็บและส่งตัวอย่างไปตรวจสอบ จนผลยืนยันว่า มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง
ก็ขยายผลไปยังฟาร์มโค 2 แห่ง ในจังหวัดสระบุรี พบโคเนื้อ 278 ตัว สุ่มตรวจปัสสาวะ ก็พบสารเร่งเนื้อแดง และยังอาหารสัตว์ต้องสงสัย
จึงขยายผลต่อไปที่อาหารสัตว์ ไปเจอสถานที่ผลิตอาหารที่จังหวัดสุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และเพชรบุรี รวม 13 แห่ง ตรวจสอบแล้วเจอสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในปัสสาวะโค จึงตรวจยึดอาหารสัตว์ต้องสงสัยไม่มีเลขทะเบียนเป็นจำนวนมาก บางแห่งก็ไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะด้วย
ผลสืบสวนหาตัวคนนำสารเร่งเนื้อแดงไปจำหน่ายให้ฟาร์ม และสถานที่ผลิตอาหารสัตว์เหล่านี้ สุดท้ายไปเจอตัว "นายเอก" ที่บ้านพักในจังหวัดนครปฐม พบเป็นเซลล์ขายอาหารสัตว์ อยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่ปี 2539 แต่ไม่มีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ มักจะนำอาหารสัตว์ที่ผสมสารเร่งเนื้อแดงไปขายตามแหล่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ จนมีเงินเข้า-ออกบัญชี รวมกว่า 80 ล้านบาท
มาดูอันตรายของ "สารเร่งเนื้อแดง" อธิบดีกรมปศุสัตว์ บอกว่า ผลจะเกิดขึ้นเมื่อตอนกินเข้าไปแล้วและมีสารเคมีตกค้างในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก เสี่ยงเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งถ้าบริโภคแล้วมีสารตกค้างในร่างกายมากพอ โอกาสเสียชีวิตก็เกิดขึ้นได้
สำหรับความผิดที่พบ มีตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต, ผลิตอาหารสัตว์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน, ขายอาหารสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน, ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์ ,ขายยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาอันตราย ซึ่งตำรวจจะแยกดำเนินคดีไปตามพฤติการณ์ พร้อมกับจะขยายผลเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป