กระทรวงการคลังย้ำประชาชนผู้ผ่านเกณฑ์ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน (e-KYC) ขอให้ดำเนินการโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มใช้สิทธิ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับผู้มี บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่จำเป็นต้องดำเนินการยืนยันตัวตนใหม่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการ มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการใช้สิทธิ ทั้งผู้มีสิทธิรายเดิมและผู้มีสิทธิรายใหม่ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน ณ หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่งที่กำหนด เท่านั้น เพื่อให้สามารถดำเนินการใช้สิทธิผ่านการมอบอำนาจได้ตามเงื่อนไขของโครงการ
ยืนยันตัวตน e-KYC ได้ที่ไหนบ้าง?
ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ผ่าน แอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคารที่กำหนด ได้แก่
- ธนาคารกรุงไทย และ แอปพลิเคชันเป๋าตัง ยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
- ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ ไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ได้ ประชาชนจึงควรตรวจสอบช่องทางและกำหนดเวลาการให้บริการของแต่ละธนาคารก่อนเดินทาง เพื่อดำเนินการให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด
ยืนยันตัวตนให้เสร็จ พร้อมเช็กผลวันถัดไป
ประชาชนควรดำเนินการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้มีโอกาสเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
หลังจากยืนยันตัวตนแล้ว แนะนำให้ตรวจสอบผลอีกครั้งในวันถัดไปผ่านเว็บไซต์โครงการ เพื่อยืนยันว่าขั้นตอน e-KYC เสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้สิทธิ
นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิยังสามารถดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ตามเงื่อนไขของโครงการ
ตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางทางการ
ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบข้อมูลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านเว็บไซต์ทางการของโครงการ ได้แก่ welfare.mof.go.th และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและรายละเอียดการใช้สิทธิจาก ช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง เพื่อป้องกันข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือข่าวปลอม
ยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับสิทธิและไม่พลาดประโยชน์ที่พึงได้รับ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กระทรวงการคลัง