สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่กองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์

View icon 91
วันที่ 18 ส.ค. 2569 | 20.01 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 10.43 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพิพิธภัณฑ์ทหารกองกำลังสุรนารี ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุรินทร์ ทรงฟังรายงานการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 การพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจป้องกันประเทศ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 มีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด มีพรมแดนติดกับ 2 ประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักรกัมพูชา โดยกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี รับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และกองกำลังสุรนารีรับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

จากนั้น พระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสนับสนุนกองทุนพิพิธภัณฑ์ทหารกองกำลังสุรนารี เพื่อการดูแลด้านสวัสดิการทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติภารกิจ และสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และการเผยแพร่วีรกรรมการเสียสละของกำลังพล

ในตอนบ่าย ทอดพระเนตรภายในพิพิธภัณฑ์ฯ แบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 จัดแสดงภาพรวมในภารกิจของกองกำลังสุรนารี ตั้งแต่ปี 2508 ถึงปัจจุบัน โดยปี 2521 กองทัพบก ได้จัดตั้ง กองกำลังสุรนารี เพื่อแก้ไขปัญหาภัยคอมมิวนิสต์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จากนั้นปี 2526 ได้จัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติภารกิจสำคัญ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ อาทิ ปี 2526-2527 ปราบปรามคอมมิวนิสต์ตามแผนยุทธการสุรนารีสันติ, ปี 2527 การสู้รบในพื้นที่ช่องพระพะลัย และช่องพริก, ปี 2530 การสู้รบในพื้นที่ช่องบก, ปี 2554 การสู้รบในพื้นที่เขาพระวิหาร ปราสาทตาเมือน และปราสาทตาควาย และปี 2568 การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ส่วนที่ 2 จัดแสดงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่พระราชทานและประทานสิ่งของ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ และประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบ โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับผู้บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และภายในนิทรรศการ ยังจัดแสดงพระพุทธรูปของไทยที่ประดิษฐานอยู่ในศาลาตรีมุข จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งถูกทำลายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยกรมศิลปากร ได้อัญเชิญไปบูรณะจนสมบูรณ์

ส่วนที่ 3 จัดแสดงข้อมูลประวัติการปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน มีเหตุการณ์สำคัญ เช่น เหตุการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนในปี 2554 จนถึงการปฏิบัติภารกิจในยุทธการยุทธบดินทร์ และยุทธการศตวรรษ ในปี 2568

ส่วนที่ 4 จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ยึดได้ รวมทั้งอาวุธของฝ่ายไทยที่ใช้ปฏิบัติภารกิจในห้วงสถานการณ์ และส่วนสุดท้าย เป็นการแสดงการรำลึกถึงกำลังพลที่เสียชีวิตตั้งแต่ก่อตั้งกองกำลังสุรนารี มาจนถึงปัจจุบัน มีผู้สละชีพ จำนวน 197 นาย โดยจัดแสดงในรูปแบบโฮโลแกรม หรือ เทคโนโลยีการสร้างภาพแบบสามมิติ ที่สามารถสร้างภาพเสมือนจริงของผู้เสียสละชีวิต

จากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลตรี บุญเสริม บุญบำรุง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี กราบบังคมทูลรายงานกำลังพลที่เสียชีวิต ทุพพลภาพ และบาดเจ็บ จากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวทหารที่เสียชีวิต และบาดเจ็บทุพพลภาพ พร้อมครอบครัว

ต่อจากนั้น พระราชทานสิ่งของแก่ผู้บังคับหน่วยทหารกองกำลังสุรนารี, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1, 2, 3, 4 และผู้บังคับการชุดควบคุมทหารปืนใหญ่

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำรัส เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่ผู้บังคับหน่วยทหาร และกำลังพล ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ กำลังพลกองกำลังสุรนารี ได้ร่วมกันร้องเพลง "พลังไทย พลังใจ" เพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยบทเพลงมีเนื้อหาเกี่ยวกับความกล้าหาญ เสียสละ เพื่อปกป้องอธิปไตย และแผ่นดินไทย โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของทหารกล้าทุกนาย

ข่าวอื่นในหมวด