ห้องข่าวภาคเที่ยง - ชาวบ้านตามแนวชายแดน ยังคงพบเห็นโดรนปริศนาจำนวนมาก บินว่อนยามค่ำคืน หวั่นว่าจะเป็นสัญญาณเตือนเหตุปะทะรอบใหม่ ตอนนี้ต้องเร่งปลูกมันสำปะหลัง เกรงว่าหากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ทางการจะไม่ให้เข้าพื้นที่เสี่ยงภัย
นางสำเรือง มีมุก อายุ 53 ปี ชาวบ้านในตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่ารู้สึกกังวลเรื่องสถานการณ์ตามแนวชายแดน ตนเองมีอาชีพเกษตรกร ต้องเช่าที่ดินตามแนวชายแดนเพื่อปลูกมันสำปะหลัง ตอนนี้ ต้องเกณฑ์คนในครอบครัวมาช่วยเร่งนำท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ปลูกลงแปลงกันตั้งแต่เช้า เพราะช่วงนี้ เห็นโดรนปริศนาบินว่อนเต็มท้องฟ้าแทบทุกคืน ไม่รู้ว่าจะเกิดการปะทะกันเมื่อไหร่ ต้องเสี่ยงดวงเร่งปลูกมัน ให้แล้วเสร็จเร็ว ๆ หวังว่าจะได้เก็บเกี่ยวทันก่อนระเบิดลง ซึ่งหากเกิดสู้รบกันขึ้นมาจริง ๆ คงเข้าไร่ไม่ได้แน่นอน
ด้าน นางดาว เสาเปรีย อายุ 61 ปี ชาวบ้านตำบลสายตะกู อำเภอบ้านกรวด บอกว่าปลูกบ้านอยู่ในสวนยางพารา เนื่องจากต้องเฝ้าสัตว์เลี้ยง บ้านจะอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา เพียง 3 กิโลเมตร โดยในช่วงกลางคืนที่ท้องฟ้าเปิด จะเห็นโดรนปริศนาไม่ต่ำกว่า 50 ลำ บินผ่านไปมา ยอมรับว่ากลัวถึงขั้นต้องปิดไฟ เพื่อไม่ให้โดรนเห็นแสงไฟ
ด้าน หน่วยงานความมั่นคง และกำลังทหารในพื้นที่ ได้ออกลาดตระเวน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตักเตือนให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และอย่าตื่นตระหนก หากพบสิ่งผิดปกติ หรือโดรนตกในพื้นที่ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที ห้ามสัมผัส หรือเข้าใกล้โดยเด็ดขาด
เรื่องโดรนปริศนาบินว่อนตามแนวชายแดน ก่อนหน้านี้ พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ก.กลาโหม ก็บอกว่าไทยได้ยื่นประท้วงกัมพูชา เรื่องที่ปล่อยให้มีการบินโดรน รวมถึงเรื่องการปล่อยสัญญาณแอนตี้โดรน ล้ำแดนไทย
สำหรับไทยเอง ก็มีระบบในการต่อต้านแอนตี้โดรน เป็นลักษณะ "แอนตี้โดรน" ที่เรามีระบบพร้อมอยู่แล้ว แต่ไม่ขอลงรายละเอียดในการใช้เทคนิค พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเรามีความพร้อมรับมือต่อปฏิบัติการใด ๆ ทุกรูปแบบอยู่แล้ว