สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ และทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน"

View icon 19
วันที่ 19 ส.ค. 2569 | 20.02 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
เวลา 08.54 น. วันนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวิทยาลัยการอาชีพสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ทรงติดตามการดำเนินงานศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งตั้งขึ้นปลายปี 2555 โดยมีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ผลิตพันธุ์ข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อสำรองไว้เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัย ต่อมาปี 2556 มูลนิธิชัยพัฒนา ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ จังหวัดสุรินทร์ บนที่ดินของมูลนิธิฯ ที่หมู่ที่ 2 บ้านกุง ตำบลสำโรงทาบ อำเภอสำโรงทาบ และได้ดำเนินงานพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงานฯ ในปี 2568 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 แบ่งเป็น 5 ส่วน ด้านการเกษตร ผลิตพันธุ์ข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เพื่อเป็นพันธุ์ข้าวพระราชทาน มีชุมชนที่เข้าร่วมโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน ใน 3 จังหวัด คือ จังหวัดสุรินทร์ มีกลุ่มเกษตรกร 10 กลุ่ม ใน 6 อำเภอ, จังหวัดบุรีรัมย์ 1 กลุ่ม, จังหวัดศรีสะเกษ 1 คน มีสมาชิก 429 คน พื้นที่ผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทาน 3,510 ไร่

ด้านปศุสัตว์ เลี้ยงไก่พันธุ์ประดู่หางแดง พันธุ์กระดูกดำ กว่า 19,000 ตัว เป็ดไข่ กว่า 20,000 ตัว เป็ดเทศ 18,000 ตัว และสุกร 30 ตัว, โครงการผลิตพันธุ์กบพระราชทาน เพื่อนช่วยเพื่อน ได้ผลผลิตกว่า 149,000 ตัว, โครงการส่งเสริมอาชีพการทอผ้าไหมสีธรรมชาติ มีสมาชิก 128 คน และโครงการผลิตกิ่งพันธุ์ไม้ผลพระราชทาน โดยชุมชน 6,163 ต้น

โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ทำตารางประจำปี ตรวจสุขภาพโค-กระบือ, วางแผนกำหนดรอบผสมเทียมโคพระราชทาน, สนับสนุนพันธุ์ปลานิลพระราชทานแก่เกษตรกร และอบรมการผลิตหญ้าอาหารสัตว์, สำนักสารสนเทศ มูลนิธิชัยพัฒนา ส่งเสริมการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ผ่านช่องทางออนไลน์ จัดอบรมและทำช่องทางในแพลตฟอร์มต่าง ๆ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระดมความคิด ในการวางแผนบอกเล่าเรื่องราวการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแบบประณีตให้เป็นที่รู้จัก เกษตรกรมีช่องทางจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว สามารถพึ่งพาตนเองได้ ผ่านเพจ facebook "ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านขอนแก่น" และจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนบ้านเกาะแก้ว จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวในโซเชียลมีเดีย ผลผลิตในปีนี้ คาดว่าหลังจากส่งให้ศูนย์ฯ จะเหลือจำหน่ายบุคคลภายนอก

จากนั้น ทอดพระเนตรนิทรรศการที่ศูนย์ฯ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ พัฒนาและต่อยอดให้ครอบคลุมและสัมฤทธิผล อาทิ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการนำข้าวหอมมะลิ "จันกะผัก" ของมูลนิธิชัยพัฒนา เข้าครัวการบินไทย เพื่อประกอบอาหารบริการผู้โดยสารชั้นหนึ่ง และผู้โดยสารชั้นธุรกิจ เนื่องจากข้าวมีคุณภาพ, ศูนย์ฯ ส่งเสริมการทอผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้และพืช อาทิ มะเกลือ หว้า เพกา ขนุน คราม ปัจจุบัน มีชุมชนในจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วม 4 กลุ่ม ซึ่งโครงการภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา สนับสนุนการทอผ้าไหมของชุมชน ในช่วงการสู้รบชายแดน ชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่สามารถออกไปทำนาหรือประกอบอาชีพได้ บางครัวเรือนทอผ้าเก็บไว้เพื่อจำหน่าย ภัทรพัฒน์ได้ซื้อผ้าไหมที่ทอลวดลายดั้งเดิม เช่น ลายดอกมะลิ ดอกหอม ลายลีลาวดี มาจำหน่ายในร้านภัทรพัฒน์ ทุกสาขา นอกจากนี้ ยังสนองพระราชดำริพัฒนาหัตถกรรมเสื่อกก ที่หมู่บ้านหนองไผ่ ตำบลระแงง อำเภอศรีขรภูมิ ตั้งแต่ปี 2559 ให้ความรู้ด้านการออกแบบลายให้มีความทันสมัย และช่วยเรื่องการจำหน่าย ปัจจุบัน ร่วมมือกับบริษัท แทงโก เลเธอร์ จำกัด ในการออกแบบทรงกระเป๋าโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และได้รับการสนับสนุนงบประมาณพัฒนาองค์ความรู้ และจำหน่ายจากเซ็นทรัลกรุ๊ป จัดซื้อเสื่อกกไปพัฒนาเป็นสินค้าต่าง ๆ จำหน่ายในร้าน กู๊ด กู๊ด ของเครือเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าในเครือของเซ็นทรัลกรุ๊ป ประเทศเยอรมนี โดยการออกแบบลวดลายเสื่อกกของนักศึกษามหาวิทยาลัยฮัมบูร์ก เยอรมนี และออกแบบทรงกระเป๋าโดยดีไซเนอร์คนไทย

สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เลิงนกทา จำกัด ส่งเสริมการผลิตถั่วเขียว ด้วยกลไกตลาดนำการผลิต คือ ศึกษาความต้องการของตลาดและผู้บริโภคก่อนเริ่มลงมือปลูกหรือผลิต เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ โดยเกษตรกรเลือกใช้ถั่วเขียว KUML 4 ซึ่งลำต้นตั้งตรง ฝักดก เมล็ดสีเขียวเข้ม ต้านทานโรคราแป้งและใบจุดได้ดี สุกแก่เร็วและสม่ำเสมอ และถั่วเขียวพันธุ์ KUML 8 ที่มีเมล็ดโต ให้ผลผลิตสูง อายุเก็บเกี่ยวสั้น ประมาณ 60-75 วัน สุกแก่พร้อมกัน ทนแล้ง และต้านทานโรคราแป้งและใบจุดได้ดี ทั้ง 2 พันธุ์นิยมปลูกเป็นพืชหลังนาเพื่อเพิ่มรายได้และบำรุงดิน และได้พัฒนาเครื่องต้นแบบเครื่องนวดเมล็ดถั่วเขียวขนาดเล็ก แบบติดตั้งบนเทรลเลอร์ลากจูง ซึ่งเคลื่อนย้ายสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน เหมาะสำหรับใช้งานในระดับเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน ต้นทุนพลังงานประมาณ 10 บาทต่อชั่วโมง และเครื่องคัดแยกสิ่งเจือปน และคัดแยกขนาดเมล็ดถั่วเขียวที่แม่นยำ ยกระดับคุณภาพเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว โดยมีสิ่งเจือปนน้อยกว่าร้อยละ 2 และมีต้นทุนพลังงาน 4 บาท 50 สตางค์ต่อ 10 กิโลกรัม ช่วยประหยัดเวลาให้เกษตรกร และได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ

โอกาสนี้ พระราชทานพระราชดำรัสแก่สมาชิกกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

และทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือปัญหาการขาดแคลนน้ำในการเกษตร ได้มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดหาน้ำช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน โดยให้ปรับปรุงสระน้ำในแปลงนาแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการทุกราย หากรายใดไม่มีสระน้ำสำรอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินการขุดบ่อให้ตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่

เวลา 11.59 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" บ้านโคกไทรงาม ตำบลบ้านจารย์ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์

ในปีที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านจารย์ รวมถึงสมาชิกกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทานแห่งนี้ ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 17 กิโลเมตร ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และช่วงเดือนธันวาคม 2568 ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลดำนา และฤดูกาลเก็บเกี่ยว ทำให้การปลูกข้าวของเกษตรกรได้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี

การดำเนินงานของกลุ่มผลิตเมล็ดพันธ์ุข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" บ้านโคกไทรงาม ปัจจุบันมีสมาชิก 68 คน สมาชิกแต่ละคนมีพื้นที่ปลูกพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทานฯ 10 ไร่ ในปีที่ผ่านมา ได้ผลผลิตที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด รวม 184 ตัน

การผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน มูลนิธิชัยพัฒนามีความตั้งใจที่จะให้การผลิตเป็นไปอย่างมีคุณภาพ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อให้เป็นพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดี ผลิตด้วยความประณีต ปราศจากพันธุ์ปน และข้าวเมล็ดแดง โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ จะต้องตั้งคณะกรรมการบริหารงาน เพื่อดำเนินกิจกรรมของกลุ่มให้มีประสิทธิภาพ มีคณะกรรมการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว ดูแลตั้งแต่เตรียมแปลงนาจนถึงการเก็บเกี่ยว

ชาวบ้านโคกไทรงาม ยังร่วมกันจัดตั้งกลุ่มหม่อนไหมพระราชทาน บ้านโคกไทรงาม ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทอผ้าแบบครบวงจร โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิชัยพัฒนา มอบพันธุ์ต้นหม่อน สอนวิธีการย้อมผ้าโดยหันมาใช้สีธรรมชาติ รวมถึงส่งเสริมให้สมาชิกฯ ทอผ้าไหมลายแก้วชิงดวง, ลายลีลาวดี โดยเฉพาะลายดอกมะลิ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านโคกไทรงาม นำส่งมูลนิธิชัยพัฒนา ช่วยให้สมาชิกมีรายได้เสริมหลังทำนา มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมสมาชิกโครงการผลิตพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน "เพื่อนช่วยเพื่อน" ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ครั้งนี้ เพื่อพระราชทานขวัญและกำลังใจแก่ราษฎรที่เข้าร่วมโครงการฯ ด้วยทรงมุ่งมั่นที่จะให้ประเทศไทยมีพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่ดี มีคุณภาพ สำรองไว้เป็นพันธุ์ข้าวพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัย และเป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพให้คงอยู่สืบต่อไป อันเป็นการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และสร้างความมั่นคงภายในประเทศอีกทางหนึ่ง

ข่าวอื่นในหมวด