อ.ปัว วิกฤตน้ำป่าหลากเข้าท่วมใหญ่ จ.น่าน

View icon 24
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 06.10 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมหนัก พื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมงตั้งแต่เวลา 03.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม ปริมาณฝนสะสม กว่า 300 มิลลิเมตร ทำให้ช่วงเช้ามืดเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ส่งผลกระทบ 7 ตำบล 60 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 คน ย้อนดูคลิปเหตุการณ์ขณะน้ำป่าหลากท่วมชุมชนอย่างรุนแรง

อ.ปัว วิกฤตน้ำป่าหลากเข้าท่วมใหญ่ จ.น่าน
นาทีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน บ้านร้อง ตำบลปัว  อำเภอปัว จังหวัดน่าน เวลา 05.00 น. เมื่อวานนี้ หลังจากในพื้นที่เกิดฝนตกหนักหนักสะสมหลายชั่วโมง ส่งผลมวลน้ำมหาศาลไหลลงจากเทือกเขาสูง พร้อมกับหอบเอาท่อนไม้ ซัดบ้านเรือนประชาชนพื้นที่ราบได้รับความเสียหาย 

ชาวบ้านหลายคนไม่ทันตั้งตัว เพราะน้ำเร็วมากเก็บข้าวของหนีน้ำกันแทบไม่ทัน บางคนได้แต่มองทรัพย์สินของตัวเองถูกน้ำพัดลอยหายไปต่อหน้า เช่นรถเก๋ง เจ้าของคลิปทำได้เพียงบันทึกภาพไว้ แม้จะเสียดายมากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจคว้ารถไว้ได้

ชาวบ้านขอความช่วยเหลือน้ำท่วมบ้านสูง จ.น่าน
นอกจากนี้มีชาวบ้านหลายคนติดค้างในบ้าน อย่างชาวบ้านคนนี้ต้องไลฟ์ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากระดับน้ำท่วมบ้านชั้นล่างแล้ว เจ้าของบ้านต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะกลัวน้ำสูงท่วมสูงขึ้นชั้น 2 ของบ้าน

ส่วนชาวบ้านคนนี้บอกว่า น้ำท่วมหนักมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา บ้านดอนไชย ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว น้ำป่าไหลหลากมาตามถนนท่วมในบ้าน พร้อมทั้งฝากเตือนเพื่อนบ้านให้ยกของขึ้นที่สูง

ตชด.325 ช่วยชาวบ้านติดค้างในบ้าน
หลังทราบสถานการณ์หลายหน่วยงาน ทั้งอาสากู้ภัยและทหาร ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมายังพื้นที่ปลอดภัย อย่างจุดนี้ ตำรวจตระเวนชายแดน 325 เข้าช่วยเหลือประชาชน 3 คน พื้นที่ ตำบลสถาน อำเภอปัว ออกจากบ้านพักท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว โดยเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งในความช่วยเหลือครั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดน่าน ณ ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายจุฬาฯ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือน้ำท่วม 4 อำเภอ จ.น่าน
เมื่อ 21.00 น.ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิเพชรเกษมน่าน นำตัวผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ บ้านแก้ม อำเภอปัว จังหวัดน่าน ท่ามกลายสายฝนที่ยังตกลงมา

ขณะที่ทางอำเภอเมืองน่าน ช่วง เวลา 21.00 น. ที่ผ่านมา เทศบาลเมืองน่าน Alert แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ รับเฝ้าฟังข้อมูลข่าวสารจากราชการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำปีนี้คาดการณ์การว่าจะสูงกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2549

สถานการณ์น้ำท่วมในเขต อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เวลา 22.45 น. ที่ผ่านมา น้ำจากแม่น้ำน่านเริ่มล้นตลิ่ง เข้าท่วมหลายชุมชนของเทศบาลเมืองน่าน และชุมชนริมแม่น้ำน่าน รวมถึงบ้านท่าล้อ บ้านแสงดาว อำเภอภูเพียง ตั้งอยู่ริมสะพานพัฒนาภาคเหนือ ฝั่งเทศบาลเมืองน่าน

น้ำจากแม่น้ำน่านเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นและน้ำเชี่ยวแรง ระดับน้ำตั้งแต่ 50 เซนติเมตร - 1 เมตร คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก จึงขอให้อพยพกลุ่มเปราะบางและเคลื่อนย้ายสิ่งของไปยังที่สูง

ขณะที่ทางโรงพยาบาลจังหวัดน่าน หลังจากปีที่แล้วโรงพยาบาลน่านได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ทำให้เครื่องมือ อุปกรณ์การ แพทย์หลายได้รับความเสียหาย มีนี้ทางโรงพยาบาลเตรียมความอย่างดี พร้อมกับประกาศงดให้บริการการตรวจรักษา ระหว่าง️วันที่ 20 - 22 สิงหาคม 2569 และย้ายบริการผู้ป่วยอุบัติเหตุ - ฉุกเฉินไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน

ขณะทางเทศบาลเมืองน่าน ได้นำบิกแบ็ก อุดรอยช่องโหว่ ด้านหลังชุมชนบ้านน้ำล้อม เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมโรงพยาบาล

หลังจากหลายพื้นที่น้ำเริ่มลดระดับลงตั้งแต่ช่วงบ่าย ช่วงดึกที่ผ่านมาทาง นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วม บอกว่า จากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้หลายจุดน้ำได้ลดลง เนื่องจากเป็นน้ำป่ามาเร็วไปเร็ว แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

แต่ก็ไม่ประมาทเนื่องจากยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ทางตอนเหนืออยู่ ตอนนี้ทุกหน่วยงาน รวมถึงอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย นำเครื่องจักร อุปกรณ์ เรือ เจ็ตสกี เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

พร้อมแจ้งเตือนผู้ที่อยู่พื้นที่ลุ่มต่ำอำเภอโซนใต้ ท่าวังผา เมืองน่าน ภูเพียง เวียงสา ขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงและอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมเตือนประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไปอีก 2-3 วันข้างหน้า

ภาพรวมน้ำท่วมจังหวัดน่านเบื้องต้น ส่งผลกระทบแล้ว 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง ซึ่งอำเภอปัว ได้รับผลกระทบหนักสุด จำนวน 9 ตำบล 35 หมู่บ้าน 8,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีถนนถูกตัดขาด 5 เส้นทาง

และมีผู้เสียชีวิต 2 คน คนแรกเป็นผู้ป่วยติดเตียง ใน ตำบลศิลาเพชร อำเภอปัว ถูกกระแสน้ำพัดออกจากบ้านเสียชีวิต ส่วนคนที่ 2 เป็นชาย อายุประมาณ 45-50 ปี มูลนิธิเพชรเกษม พบขณะกำลังเข้าพื้นที่ไปช่วยอพยพชาวบ้านใน ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา

ส่วนทิศทางแม่น้ำน่าน ! สู่เขื่อนสิริกิติ์ ด้าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อัปเดตสถานการณ์อุทกภัยจังหวัดน่าน แม้ล่าสุดระดับน้ำพื้นที่อำเภอปัวเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำที่จะเคลื่อนลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

เนื่องจากน้ำจากอุทยานแห่งชาติดอยภูคา อำเภอปัว จะไหลลงแม่น้ำน่านผ่านอำเภอท่าวังผา เข้าสู่อำเภอเมืองน่าน และอำเภอเวียงสา ก่อนลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์

ปภ. ระบุว่า มวลน้ำจากอำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง ถึงอำเภอเวียงสา