ฝนตกไม่ทั่วฟ้า อ่างเก็บน้ำลำตะคอง จ.นครราชสีมา เหลือน้ำใช้การได้เพียง 27 % สามารถรองรับพายุได้อีกหลายลูก
วันนี้ (20 ส.ค. 69) สถานีตุนิยมวิทยานครราชสีมา พายากรณ์ลักษณะอากาศประจำวันของ จ.นครราชสีมา ว่า วันนี้ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณ จ.มุกดาหาร จ.อำนาจเจริญ จ.ยโสธร จ.ร้อยเอ็ด จ.อุบลราชธานี และ จ.หวัดนครราชสีมา โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม แม้ จ.นครราชสีมา จะมีฝนตกครอบคลุมทั้ง 32 อำเภอ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง แต่สภาพน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอ่างเก็บนำลำตะคอง อ.สีคิ้ว ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชาว จ.นครราชสีมา ถึง 5 อำเภอ กลับมีน้ำกักก็บอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย โดยโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา รายงานสถานการณ์ว่า มีน้ำไหลลงอ่างฯ เมื่อวานนี้แค่ 0.63 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีมวลน้ำไหลลงอ่างฯ สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 51.59 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 19.84 % ของค่าเฉลี่ยที่ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีภาระต้องส่งจ่ายน้ำออกไปให้กับ 5 อำเภอ โดยวานนี้ระบายน้ำออกในอัตรา 0.51 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ผลิตประปาอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศลำน้ำ เพื่อการเกษตรในเขตชลประทานและภาคอุตสาหกรรม
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สภาพน้ำกักเก็บนอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ล่าสุดวันนี้ เหลืออยู่ที่ 102.49 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 32.59 % โดยเป็นน้ำใช้การได้เพียง 79.77 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 27.34 % เท่านั้น ซึ่งยังสามารถรองน้ำปริมาณน้ำฝน-น้ำท่าได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นซูเปอร์เอลนีโญ ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกแต่ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ และอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงยาวที่นานขึ้น จึงเสี่ยงเกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง จนทำให้ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคการเกษตร ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มงวดรัดกุม เพื่อสงวนน้ำกักเก็บให้ได้มากที่สุด สำหรับไว้ส่งจ่ายให้ใช้ผลิตประปาอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศทางธรรมชาติเป็นหลัก