ยายป่วยมะเร็งวัย 85 ปี ถูกลูกบุญธรรมที่เลี้ยงมา 50 ปี ไล่ออกจากบ้าน

ยายป่วยมะเร็งวัย 85 ปี ถูกลูกบุญธรรมที่เลี้ยงมา 50 ปี ไล่ออกจากบ้าน

View icon 15
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 11.17 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
สะเทือนใจ! ยายป่วยมะเร็งวัย 85 ปี ถูกลูกบุญธรรมที่เลี้ยงมานานกว่า 50 ปี ส่งเรียนอย่างดีจนจบปริญญาโท ก่อเหตุขโมยทรัพย์สิน โฉนดที่ดิน และเงินเก็บรักษาตัวไปจนเกลี้ยง ซ้ำไล่ออกจากบ้านของตัวเอง

เกิดเหตุสุดสะเทือนใจขึ้นในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อคุณยายแดง วัย 85 ปี ชาวอำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี และเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด ต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นเนื้อประดาตัวและจิตใจแตกสลาย หลังถูกลูกบุญธรรมที่ขอมาเลี้ยงตั้งแต่อายุเพียง 14 เดือน และส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดีจนจบการศึกษาชั้นปริญญาโท ก่อเหตุทยอยขโมยทรัพย์สิน เอกสารสำคัญ และแอบนำโฉนดที่ดินไปขายฝากจนหมดสิ้น

คุณยายแดงเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เนื่องจากตนเองไม่มีบุตรเพราะต้องผ่าตัดมดลูกตั้งแต่อายุ 37 ปี ขณะนั้นตนเองอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้พบกับเด็กหญิงลูกสาวของคนงานก่อสร้าง นั่งเล่นตากแดดตนจึงเกิดความสงสาร ได้แนะนำแม่ของเด็กหญิงให้ไปทำงานที่บ้านของเพื่อน และขอรับเด็กหญิงดังกล่าวมาเป็นลูก และมีการจดทะเบียนรับเป็นลูกบุญธรรม เลี้ยงดูด้วยความรักเหมือนไข่ในหินนานกว่า 50 ปี หวังฝากผีฝากไข้ในยามแก่ชรา

แต่สุดท้ายกลับถูกหักหลังอย่างเหี้ยมโหด โดยอาศัยช่วงที่คุณยายกำลังนอนซมด้วยอาการป่วยโรคมะเร็งปอดและตาเป็นต้อกระจกมองไม่ชัด เข้ามาหลอกให้เซ็นชื่อในหนังสือมอบอำนาจ อ้างว่าจะนำไปดำเนินการรับเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ก่อนจะแอบขโมยโฉนดที่ดิน เอกสารการจดทะเบียนบุตรบุญธรรม ทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนไปทั้งหมด รวมถึงแอบนำที่ดินอีกหลายแปลงไปขายฝากจนหลุดจำนอง ไม่เว้นแม้กระทั่งที่ดิน 5 ไร่ตรงร้านขายทุเรียนที่เคยหลอกยายมาตลอด 3 ปีว่ามีคนมาเช่า แต่ความจริงคือแอบขายขาดให้ผู้อื่นไปนานแล้ว นอกจากนี้ยังกวาดเงินสดในบ้านจำนวน 60,000 บาทที่ยายเก็บไว้ซื้อยามะเร็ง นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปขาย และยังใช้วิธีโกหกหลอกเอาเงินยายไปซ่อมรถอีกหลายครั้ง จนกระทั่งมีกลุ่มนายทุนนอกระบบบุกมาทวงหนี้ถึงหน้าบ้าน ด้วยความกลัวคุณยายแดงจึงได้หนีออกไปอยู่กับหลานสาวในตัวเมืองอุบลราชธานี

แต่เมื่อกลับมาที่บ้านพักของตนเองอีกครั้งกลับพบว่าถูกเปลี่ยนกุญแจรั้ว จึงต้องจ้างช่างมาตัดกุญแจเพื่อเข้าไปอาศัย แต่กลับถูกลูกบุญธรรมและนายทุนร่วมกันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาบุกรุกบ้าน ทำให้ตำรวจต้องมาเชิญตัวยายไปโรงพักตกเป็นผู้ต้องหา ส่งตัวไปอัยการในกระบวนการยุติธรรมทั้งที่ยายไม่เคยทำผิดกฎหมายมาก่อน

ปัจจุบันคุณยายต้องอาศัยอยู่ตัวคนเดียวในบ้านพัก ไร้เงินซื้อยามะเร็งพุ่งเป้าประทังชีวิต ต้องนำข้าวของเครื่องใช้ในบ้านออกมาวางขายเพื่อหาเงินประทังชีวิต โดยได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารจากคนรู้จักและหลานๆ ขณะที่ลูกบุญธรรมได้หลบหนีหายหน้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยคุณยายระบุด้วยความเจ็บปวดว่า "หัวใจของแม่มันแตกสลายไปหมดแล้ว ชาตินี้ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ การถูกคนที่เรารักและเลี้ยงมาตั้งครึ่งชีวิตทำร้าย มันเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เปรียบเหมือนถูกฆ่าให้ตายทั้งเป็น" ยายกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

นอกจากนี้ ยายยังได้ตัดพ้อถึงพฤติกรรมของลูกบุญธรรม โดยเปรียบเทียบกับสัตว์เลี้ยงในบ้านอย่างสุนัขและไก่ที่ตนเคยให้อาหาร ซึ่งยังรู้จักความรัก ความซื่อสัตย์ และความผูกพัน แต่คนที่มีการศึกษาสูงกลับไร้ซึ่งจิตสำนึกและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ พร้อมตั้งจิตปฏิญาณว่า ในภพชาติหน้าจะไม่ขอรับเลี้ยงดูบุตรของผู้อื่นที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันอีกต่อไป

คุณยายแดงบอกอีกว่า ตอนนี้ตนเองไม่เหลืออะไรแล้วอยากให้สื่อ หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเรื่องคดี ทวงความเป็นธรรมให้คุณยายด้วย เพราะตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วยายจะไม่ยอมย้ายหรือออกจากบ้านเด็ดขาดหากจะต้องออกจากบ้านคุณยายก็พร้อมจะเผาบ้านตายไปพร้อมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง