ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อคืนนี้ หลังมีสัญญาณน้ำเพิ่มสูงใน อำเภอเมืองน่าน ทีมกู้ภัยจิตอาสา เร่งเข้าพื้นที่ เพื่อไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง อพยพออกมายังจุดที่ปลอดภัย
ครอบครัวนี้ เป็น 1 ในครอบครัวผู้ประสบภัย ที่ลูก ๆ แจ้งเรื่องมาให้ "มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้" เข้าไปช่วย แม่ ตาและยาย ซึ่งเป็นผู้ประสบภัย ในเขตอำเภอเมืองน่าน หลังกลางดึกที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มสูง
"กัน จอมพลัง" บอกว่า การจะฝ่ากระแสน้ำเข้ามาในเวลาที่ไร้แสงไฟไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคสำคัญคือความมืด มีเพียงแสงจากไฟฉายนำทาง ถนนหนทางมองแทบไม่เห็น ต้องคลำทางเอา และเดินจับกลุ่มกันไปกับทีมงาน เพราะหากเกิดอะไรขึ้น จะได้ช่วยกันได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีเศษไม้ กิ่งไม้ เศษวัชพืช ขยะ ลอยมาขวางทางน้ำ ทำให้ระหว่างทาง บางคนก็ประสบอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บกับเศษซากที่ลอยมากับน้ำ แต่ทุกชีวิตที่รอคอยการช่วยเหลือ โดยเฉพาะเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงที่รออยู่ด้านใน ทำให้พวกเขาไม่ลดละความพยายาม เบื้องต้นสามารถช่วยผู้ประสบภัยมาได้ 12 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุน้อยสุด 11 เดือน และมีผู้สูงอายุ 2 คน อายุประมาณ 80 ปี
นอกจากนี้ ยังมีทีมกู้ภัยที่ใช้โดรนช่วยบินขึ้นตามชุมชน ค้นหาผู้ประสบภัยที่ต้องการอพยพ หากบ้านหลังไหนที่ต้องการอพยพ ขอความกรุณาแสดงตัว และส่งสัญญาณให้ทางทีมงานกู้ภัยทราบทันที ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณมือ สัญญาณไฟ หรือใช้ผ้าโบกสะบัดก็ได้ หากทราบพิกัดแล้ว ทีมกู้ภัยจะเข้าไปช่วยทันที
และเช้านี้ (20 ส.ค.) ทีมกู้ภัยจาก "มูลนิธิสายธารสะพานบุญ" ได้เริ่มค้นหาผู้ประสบภัยแล้ว ตั้งแต่ 06.00 น. โดยกู้ภัย "จักรกฤษณ์ แต่งตั้ง" หรือ "ปอนด์" เผยว่า ระดับน้ำในตัวเมืองน่าน ค่อย ๆ เพิ่มสูง ต้องใช้โดรนบินสำรวจผู้ประสบภัยที่ยังไม่ออกจากบ้าน เนื่องจากขึ้นมาอยู่ชั้น 2 แล้ว ซึ่งหลายคนที่ยังมีเรี่ยวแรง ต้องการอยู่เฝ้าบ้าน และอยากได้แค่อาหาร น้ำดื่ม กับยารักษาโรคเท่านั้น
ส่วนบ้านอื่นที่มีผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเป็นบ้านชั้นเดียว หลายครัวเรือนอพยพออกมาแล้ว ตั้งแต่ค่ำวานนี้
และไม่ใช่แค่พื้นที่ จังหวัดน่าน ตอนนี้ไทยตอนบนกำลังเผชิญฝนตกสะสม จากปัจจัยร่องมรสุมที่พาดผ่าน ล่าสุด ขบวนยักษ์แดง หรือ ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ กู้ภัยมูลนิธิเพชรเกษม ออกเดินทางจากน่าน ไปจังหวัดแพร่แล้ว เพื่อตั้งรับและช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัย