ปภ. เตือน 42 จังหวัด เหนือ-อีสาน รับมือฝนตกหนัก เตรียมเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 คน

ปภ. เตือน 42 จังหวัด เหนือ-อีสาน รับมือฝนตกหนัก เตรียมเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 คน

View icon 17
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 12.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปภ. เตือน 42 จังหวัด เหนือ-อีสาน รับมือฝนตกหนัก จับตา อ.เวียงผา จ.น่าน น้ำล้นตลิ่งเกือบ 3 เมตร เร่งย้ายกลุ่มเปราะบาง–ทรัพย์สิน เตรียมเยียวยาผู้เสียชีวิต 2 คน

วันนี้ (20 ส.ค.69) ที่กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเบื้องต้น น.ส.ชัชดาพร ได้เน้นย้ำข้อสั่งการ 5 แนวทางปฏิบัติของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์รุนแรง ต้องคาดการณ์เป็นเคสที่ร้ายแรงที่สุดก่อน 1.ถ้ามีสถานการณ์หรือใกล้เกิดสถานการณ์ต้องเคลื่อนย้ายรถยนต์ หรือทรัพย์สิน ที่มีความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ก่อน

2. การเข้าดูแลกลุ่มเปราะบางเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง หลังมีการคาดการณ์จะเกิดเหตุขึ้น ต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก

3. ต้องประสานชลประทานอย่างใกล้ชิด หรือเมื่อคาดการณ์แล้วว่าจะเกิดน้ำป่า น้ำท่วมอย่างไร หรือน้ำจะลงมาที่ไหนต้องรีบแจ้งมาศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อมีข้อความแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านระบบเซลล์บอร์ดแคส

4.จะต้องประสานทางสาธารณสุขให้ชี้เป้ากลุ่มเปราะบางอยู่ครัวเรือนไหน เพื่อเร่งช่วยเหลือทันท่วงที

5.เน้นย้ำเรื่องการประสานเครือข่ายมูลนิธิในพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยจะต้องคิดเสมอว่าทำงานกันเป็นทีมและบูรณาการกันทุกหน่วยงาน โดยจะต้องตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เพื่อมอบหมายงานลงไปให้เจ้าหน้าที่

สำหรับการแจ้งเตือนภัย และการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ได้ดำเนินการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ 42 จังหวัด ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยแจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 19-22 ส.ค. เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์

ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ได้แบ่งเป็น 2 เหตุการณ์ ได้แก่ สถานการณ์น้ำท่วมและการคาดการณ์ปริมาณฝน โดยได้มีการติดตามระดับน้ำจากกรมชลประทาน และระดับสถานการณ์ของแม่น้ำยม ที่อำเภอเชียงม่วง ซึ่งมีระดับสูงกว่าตลิ่งอยู่ประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ตอนนี้มีแนวโน้มลดลง ส่วนลำน้ำแม่น้ำน่าน N1 มีแนวโน้มลดลง มวลน้ำจากอำเภอเมืองกำลังเคลื่อนตัวไปที่ อำเภอเวียงสา ที่สถานี N31A ระดับน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่เกือบ 3 เมตร ซึ่งแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณชั่วโมงละ 5-10 เซนติเมตร ขณะนี้ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติได้เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชนผ่านทั้งตัว SMS ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ รวมถึงมีการส่งเซลล์บอร์ดแคสไปยังอำเภอเมือง และอำเภอเวียงสาตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และยกของขึ้นที่สูง

ขณะที่การคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงวันที่ 20-21 ส.ค. ร่องมรสุมผ่านที่ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และบางซีกตะวันตก ที่แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ยังมีภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่บริเวณซีกตะวันออก ตั้งแต่หนองคาย บึงกาฬ อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีฝนตกได้ถึง 100-150 มิลลิเมตร

น.ส.ชัชดาพร ยังติดตามความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายเจ็ตสกี เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่วนถุงยังชีพได้มีการจัดส่งถึงพื้นที่จำนวน 5,000 ชุดเรียบร้อยแล้ว และจะแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป นอกจากนี้ ได้มีการส่งเรื่องไปที่กองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องของผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต 2 คน ให้ได้รับการเยียวยาให้ทันท่วงที

ด้าน ปภ. จ.น่าน รายงานสถานการณ์ว่า พื้นที่ของจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ อ.ท่าวังผา อ.ภูเพียง อ.ท่าวังสุข อ.ปัว อ.เมือง โดยพื้นที่ อ.ปัว ได้รับผลกระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน 4,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้ป่วยติดเตียง ความเสียหายเกิดจากน้ำล้นตลิ่ง ขณะนี้เปิดศูนย์ช่วยเหลืออยู่ที่ อ.ปัว สถานการณ์ปัจจุบันน้ำลดระดับแล้ว แต่ในพื้นที่ได้รับความเสียหายอยู่จากน้ำที่หลากมา

ขณะนี้ต้องจับตาเฝ้าระวัง อ.เวียงผา ซึ่งน้ำกำลังไหลไปรวมกัน ประกอบกับในพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง น้ำอยู่ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่สูงมาก ต้องติดตามบ้านเรือนประชาชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้ได้รับความเสียไปแล้ว 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย ส่วนการฟื้นฟูหลังจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ จะมีการระดมสรรพกำลังจากพื้นที่ที่ไม่ท่วม และเริ่มเข้าพื้นที่ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง