ที่ จ.ชลบุรี ผึ้งหลวงแตกรัง รุมต่อยแม่ค้า ตำรวจ นักเรียน เจ็บระนาวเกือบ 20 คน 1 ในนั้นอาการโคม่าถูกรุมต่อยนับ 100 ตัว
เมื่อเวลา 10.20 น. วันนี้ (20 ส.ค. 69) ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯนเมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุว่ามีผึ้งแตกรัง รุมต่อยชาวบ้านและเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณข้างศูนย์ราชการ ที่ว่าการ อำเภอบางละมุง ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงส่งรถพยาบาลกว่า 5 คัน ลงพื้นที่ไปทำการช่วยเหลือ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นศูนย์ราชการซึ่งมีทั้ง สถานีตำรวจ สภ.บางละมุง , ที่ว่าการอำเภอบางละมุง , และ โรงเรียนบางละมุง ด้านข้างที่ว่าการอำเภอบางละมุงใต้ต้นก้ามปูขนาดใหญ่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นศูนย์ขายอาหารและเครื่องดื่ม เบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ถูกผึ้งหลวงต่อยตามร่างกาย นั่งรอการช่วยเหลือจากทีมกู้ภัย บางรายมีอาการแพ้ จนเป็นแผลปูดบวมขนาดใหญ่หลายจุด ทีมกู้ภัยต้องรีบปฐมพยาบาลก่อนเคลื่อนย้ายนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ
โดยหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อว่า นางอรอนงค์ อายุ 71 ปี เป็นแม่ค้าขายอาหารอีสาน และ อาหารตามสั่ง ถูกผึ้งรุมต่อยนับ 100 ตัว อาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบว่ามี ร.ต.อ.รัชพล เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง พยายามจะเข้ามาช่วยนางอรอนงค์ และถูกผึ้งรุมต่อยไปด้วย ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ซึ่งในขณะนี้รวมยอดผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง รวมทั้งสิ้น 17 คน เป็นผู้ใหญ่ 4 คน และ นักเรียนโรงเรียนบางละมุง 13 คน
นางจิราภา อายุ 58 ปี หนึ่งในแม่ค้าที่ขายอาหารอยู่ในบริเวณดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุ นางอรอนงค์ กำลังก่อไฟเพื่อย่างไก่ จากนั้นมีผึ้งหลวงนับ 100 ตัว เกิดแตกรังพุ่งมารุมต่อย นางอรอนงค์ จนล้มลงไปนอนกับพื้น จากนั้นผู้กองรัชพล มาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยดึงออกมา แต่ก็ถูกผึ้งรุมต่อยล้มไปอีกคน ก่อนที่ผู้กองจะมีมีสติดีรีบไปคว้าถังดับเพลิง มาฉีดใส่นางอรอนงค์ เพื่อให้ผึ้งหนีไป นอกจากนี้ผึ้งยังอาละวาดรุมต่อยคนที่เดินผ่านไปมา รวมถึงเด็กนักเรียนซึ่งในวันนี้คุณครูอนุญาตให้กลับบ้านเนื่องจากไฟฟ้าดับ จึงถูกผึ้งรุมต่อยไปด้วย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารังผึ้งหลวงค่อนข้างมีขนาดใหญ่ ขนาด 1x1 เมตร อยู่บริเวณยอดต้นก้ามปู ทางหน่วยบรรเทาสาธารณภัยทางบกเมืองพัทยา จึงตัดสินใจนำรถกระเช้า ทำการเผารังผึ้งทันที เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก ขณะที่ชาวบ้านเปิดเผยข้อมูลว่าเคยเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหนึ่งครั้งแต่ในครั้งนั้นไม่แรงเท่าครั้งนี้