พิสูจน์ความโปร่งใส! “สมชัย” ท้า กกต. เปิดผลลงมติคดีฮั้วเลือก สว. เป็นรายบุคคล ลั่น หากทำไม่ได้ ขอให้เอาคำว่า ความโปร่งใส ในคำขวัญออก
วันนี้ (13 ก.ย.69) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. แสดงความเห็นถึงการลงมติของ กกต. เกี่ยวกับคดีฮั้วเลือก สว. ว่า สิ่งที่จะพิสูจน์ความโปร่งใสในการลงมติของ กกต. ให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นต่อการวินิจฉัยว่าเป็นไปโดยเที่ยงธรรม คือ หลังการลงมติขอให้ กกต. ทั้ง 7 คน ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ถึงการลงมติของแต่ละคนด้วยตัวเองว่าตนลงมติอย่างไรด้วยเหตุผลใด พร้อมเล่าวิธีการก่อนการลงมติของ กกต. แต่ละคนว่า มาจากการใช้เวลาอ่านเอกสารด้วยตัวเองมากแค่ไหน นานแค่ไหน หรือให้ฝ่ายเลขาสรุปให้เท่านั้น
รวมถึงเล่าวิธีการลงมติของ กกต. แต่ละคนว่า ลงมติผู้ถูกร้อง 229 คน เป็นรายบุคคล ต้องลงมติ 229 ครั้ง หรือเป็นรายกลุ่มที่ลงมติไม่กี่ครั้ง หรือวินิจฉัยเป็นภาพรวมทีเดียวทั้ง 229 คน ลงมติครั้งเดียว แบบอนุฯ วินิจฉัยชุด 36 ที่การประชุมทุกครั้งเอาแต่ฟังและรับทราบ แล้วมาประชุมครั้งสุดท้าย ลงมติแบบยกเข่ง
นอกจากนี้ ต้องเปิดเผยตัวเลขผลการลงมติ และชื่อ กกต. ที่ลงมติในทุกมติที่มีการวินิจฉัย พร้อมเร่งรัดฝ่ายสำนักงานให้จัดทำคำวินิจฉัยกลางเพื่อให้กรรมการลงนามส่งไปศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ให้เสร็จภายใน 30 วัน ไม่ใช่ทำแบบเรื่อย ๆ ซึ่งคดีง่าย ๆ ใช้เวลาถึง 3-4 เดือนหากเป็นคดีซับซ้อน ไม่เร่งรัด จะไม่กินเวลาถึง 5-6 เดือนกว่าจะถึงศาลหรือ
นายสมชัย ทิ้งท้ายว่า หากทำไม่ได้ ขอให้เอาคำว่า “โปร่งใส” ในคำขวัญ กกต. ออกด้วย เพราะไม่มีสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง จะใส่ไว้ทำไม