วันนี้ (20 ส.ค. 69) อุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.น่าน อย่างต่อเนื่อง โดยเร่งขนย้ายสิ่งของ อพยพชาวบ้าน พร้อมเปิดปฏิบัติการฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือน ศาสนสถาน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งคืนความปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ จนส่งผลให้เกิดอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในหลายตำบลของ อ.ปัว ซึ่งได้สั่งการด่วนให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชน ตามนโยบายการและข้อสำคัญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ระบุว่า อุทยานแห่งชาติดอยภูคาได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือราษฎรอย่างเร่งด่วน โดยตั้งแต่วันที่ (19 ส.ค. 69) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ภค.7 (น้ำอวน) และ ภค.11 (น้ำยาว) เข้าช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ ต.ภูคา ต.ศิลาเพชร และ ต.อวน ในการขนย้ายทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง พร้อมทั้งช่วยอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย
โดยความช่วยเหลือล่าสุดวันนี้ (20 ส.ค. 69) อุทยานแห่งชาติดอยภูคาได้จัดกำลังพลและยานพาหนะ ออกปฏิบัติการเชิงรุกในการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยจัดรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ จำนวน 1 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯ ภค.7 และ ภค.11 รวม 10 นาย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เข้าทำความสะอาด ล้างดินโคลนภายในบ้านเรือนราษฎร วัด และอาคารสาธารณะ ในท้องที่ ต.อวน ต.ศิลาเพชร ต.ศิลาแลง และพื้นที่ใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน ได้จัดรถกระบะ 4 ล้อ อีกจำนวน 2 คัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและส่วนกลางอุทยานฯ รวม 12 นาย ลงพื้นที่ทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่ในท้องที่ ต.ภูคา และ ต.วรนคร อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ด้านนายคณิต ศรีจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาตินันทบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาตินันทบุรี จำนวน 10 นาย ลงพื้นที่ อ.ท่าวังผา เข้าดำเนินการทำความสะอาด ล้างดินโคลน และฟื้นฟูพื้นที่ภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลริม (รพ.สต.ริม) ต.ริม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อเร่งฟื้นฟูอาคารสถานที่ให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการทางการแพทย์และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
การเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานสังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) ผู้นำชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติ
ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานยังคงจัดตั้งกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพร้อมสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติต่อไป