'เจเศรษฐ์‘ เผย น้ำท่วมตัวเมืองน่านลดลงต่อเนื่อง คาดพรุ่งนี้เช้าสถานการณ์คลี่คลาย ระดมเครื่องจักร - กำลังคนฟื้นฟู

'เจเศรษฐ์‘ เผย น้ำท่วมตัวเมืองน่านลดลงต่อเนื่อง คาดพรุ่งนี้เช้าสถานการณ์คลี่คลาย ระดมเครื่องจักร - กำลังคนฟื้นฟู

View icon 13
วันที่ 20 ส.ค. 2569 | 20.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
'เจเศรษฐ์‘ เผย น้ำท่วมตัวเมืองน่านลดลงต่อเนื่อง คาดพรุ่งนี้เช้าสถานการณ์คลี่คลาย ระดมเครื่องจักร - กำลังคนฟื้นฟูอำเภอปัว พร้อมสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาประชาชน

วันนี้ (20 ส.ค. 69) เมื่อเวลา 16.50 น. ที่เทศบาลเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่าน ว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองน่าน สถานการณ์ล่าสุดจากสถานีวัดน้ำ N 1 ปริมาณน้ำลดลงในจำนวนที่มากขึ้น และที่เห็นด้วยตาเปล่าก็คิดว่าในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.) น้ำที่ท่วมอยู่ก็จะคลี่คลาย แต่อาจจะยังมีบางจุดที่น้ำขึ้นสูง ซึ่งทางเทศบาลได้มีการระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำที่ท่วมขังอยู่ให้ลงสู่แม่น้ำ

นายเจเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ปริมาณน้ำต่ำกว่าที่เราไว้คาดการณ์ไว้เมื่อคืนนี้ แต่กลับไปเพิ่มในส่วนของฝั่งอำเภอภูเพียร โดยในส่วนความเสียหาย ได้กำชับทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ และนายกเทศมนตรี ว่าเมื่อน้ำลดให้รีบสำรวจความเสียหาย และส่งเรื่องมาให้ที่ส่วนกลาง เพื่อที่จะได้มีมาตรการในการเยียวยา และซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน 

อย่างเช่นที่อำเภอปัว พบความเสียหายมีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ที่เสียหายหลักร้อยคัน รวมถึงต้นไม้ และกิ่งไม้ที่เข้าไปภายในบ้านเรือนประชาชน ส่วนดินโคลนที่มาจากน้ำก็มีความสูงกว่า 1 ฟุต ที่เข้าไปตกค้างอยู่ในบ้านเรือนของพี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ระดมทุกกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเร่งระดมในเรื่องของเครื่องจักร รถฉีดน้ำ รถแม็คโคร เครื่องสูบน้ำ ขณะที่กระทรวงคมนาคมก็จะอาศัยภาคีเครือข่าย ในการขอความร่วมมือจากผู้รับเหมา ให้นำรถไถ เข้ามาดำเนินการพร้อมกับอุปกรณ์จากกรมทางหลวงที่มีอยู่แล้ว เข้ามาช่วยสนับสนุน ส่วนกระทรวงกลาโหม มีการสนับสนุนทรัพยากรด้านกำลังคน โดยการส่งทหารที่อยู่ระหว่างการระดมมาจากทุกภาคเข้ามาช่วยเป็นกำลังและเป็นแนวหน้าในการฟื้นฟู และตนเองในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ระดมเครื่องจักร ไม่ว่าจะเป็นรถแบ็คโค รถหกล้อเล็ก รวมถึงทางจังหวัดยังมีการจ้างเหมารถไถเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชนในแต่ละหลังคาเรือน

สำหรับด้านสาธารณูปโภค ในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาค ต้องขอเวลาอีกหน่อย โดยยังต้องรอในส่วนของการซ่อมแซมท่อสูบส่ง  เพราะตะกอนในน้ำตอนนี้ยังสูงมากยังไม่สามารถสูบขึ้นมาได้ ซึ่งตนมีการกำชับไปที่นายอำเภอว่าให้นำน้ำไปวางไว้แต่ละหมู่บ้านในแต่ละจุด และประสานผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะส่งไปแต่ละบ้านเรือน

ส่วนที่อำเภอปัว ที่มีความเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งเรื่องไฟฟ้า และน้ำประปา จะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเท่าใด นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลา และระดมทุกอย่างที่เรามีลงไปในพื้นที่ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือความพร้อมในการที่จะลงพื้นที่ไปและประชาสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน โดยเบื้องต้นพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าใจ

พื้นที่อำเภอเวียงสา มีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นน้ำที่เพิ่มขึ้นจากน้ำที่ท่วมอยู่แล้ว ประชาชนก็ได้มีการอพยพและเตรียมความพร้อม รวมแล้วไม่เกิน 200 หลังคาเรือน ซึ่งได้ส่งถุงยังชีพของ ปภ.ลงไปกว่า 300 ถุง ในช่วงเย็นนี้ พร้อมยืนยันว่า หากน้ำผ่านไปแล้วก็ถือว่าไม่มีอะไรที่น่ากังวล และต้องมอนิเตอร์กลุ่มเมฆฝนในรอบต่อไป

นายเจเศรษฐ์ กล่าวย้ำว่า แต่สิ่งสำคัญที่ตนบอกมาตลอดว่าเมื่อไหร่ที่มีการแจ้งเตือน โดยเฉพาะ Cell Broadcast จะต้องเกิดสถานการณ์แน่ ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็กำลังวิวัฒนาการเรียนรู้ไปด้วยกันในเรื่องของการรับแจ้งเตือน ว่าการเตือนของเราแม่นยำแน่นอน หากมีการเตือนจะต้องเกิดสถานการณ์แน่นอน

เมื่อถามถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า มี 2 คน พร้อมชูแขนที่มีการขีดแขนไว้ พร้อมกล่าวว่า เอาไว้เตือนสติตัวเองอยู่ทุกวัน และจะต้องไม่เพิ่มไปมากกว่านี้แล้ว

เรื่องของเวชภัณฑ์ได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งยืนยันว่า เรามีทั้งเครื่องมือและทีมแพทย์พร้อมทั้งหมด รวมถึงยาที่ประชาชนเรียกร้องเข้ามาคือยาที่ใช้ป้องกันโรคฉี่หนู ขณะนี้อยู่ระหว่างการแพ็กและแจกจ่ายไปยังเทศบาล โดยที่อำเภอปัวก็ได้มีการแจกจ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายเจเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำต่อของเทศบาลและเป็นโจทก์ที่ต้องเร่งแก้ไขคือ แนวคันกั้นน้ำ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง เนื่องจากมีบางช่วงประมาณ 1 กิโลเมตร ที่ยังเป็นแนวฟันหลอ ซึ่งเราได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วในปี 70 ก็จะเร่งรัดจัดหาผู้รับเหมามาเริ่มดำเนินการ ซึ่งตัวที่เราทำไว้ป้องกันในตอนแรกก็เริ่มมีการแตกร้าว และมีน้ำซึมเราก็จะจัดหางบเพื่อนำมาซ่อมแซม โดยเป็นเรื่องที่เราจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ได้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซ้อน และจะต้องหาวิธีที่จะทำให้ได้ เพราะสิ่งที่ยากเกิดจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยน ทำให้ฝนน้ำตาไหลหลากก็เปลี่ยนหมุนเวียนกันหมด และทุกครั้งที่เกิดภัยทุกคนจะพูดว่ามันไม่เคยเกิดมาก่อน เป็นสิ่งที่วิวัฒนาการของภัยพิบัติ แต่เรามีเทคโนโลยี เราก็ต้องมีวิวัฒนาการเพื่อนำมาใช้ให้ได้ และเป็นสิ่งที่ ปภ.พยายามจะมุ่งเน้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง