สนามข่าว 7 สี - หญิงเพิ่งพ้นโทษ ไม่มีเงินใช้ ไม่มีงานทำ จึงหาเงินทางลัดด้วยการตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนช่วงกลางวันเพราะปลอดคน ก่อนจนมุมถูกตำรวจตามรวบ เพราะหลักฐานชิ้นสำคัญ
รวบโจรลักผ้าไหม 20 ผืน จ.สุรินทร์
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพนางนิด อายุ 50 ปี เดินเข้าไปในบ้านช่วงที่ผู้เสียหายออกไปธุระข้างนอก แล้วลงมือขโมยผ้าไหม 20 ผืน ใส่กระเป๋าสองใบ เดินออกจากบ้านไปอย่างสบายใจ ช่วง 09.00 น.ของเมื่อวาน (20 ส.ค.) กลายเป็นหลักฐานให้ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ตามแกะรอยจับกุมนางนิด ขณะนำผ้าไหมที่ขโมยมาตระเวนขาย ขายไปแล้ว 4 ผืน เหลืออีก 16 ผืนยังอยู่ในกระเป๋า
ผู้เสียหายเล่าว่า ช่วงเช้าออกไปทำธุระ ก่อนกลับเข้าบ้านเพื่อเปลี่ยนชุดในช่วงสาย สังเกตเห็นประตูห้องเปิดทิ้งไว้ 2 ห้อง จึงเอะใจรีบสำรวจทรัพย์สิน เพราะทุกครั้งที่ออกจากบ้านจะปิดประตูห้องไว้เสมอ พร้อมโทรศัพท์บอกสามีไล่ย้อนดูภาพกล้องวงจรปิด จนทราบว่าช่วงที่ไม่อยู่บ้าน ถูกโจรย่องเบาขโมยผ้าไหมที่สะสมไว้
นางนิด ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า เคยติดคุกมาแล้ว 8 เดือน หลังพ้นโทษไม่มีเงินใช้ ไม่มีใครรับทำงาน จึงนั่งรถโดยสารจาก อำเภอเมืองสุรินทร์ มาลงที่ ตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ ตระเวนดูลาดเลาบ้านไหนไม่มีคน ฉวยโอกาสเข้าไปขโมยของ โดยไม่ทราบว่าบ้านของผู้เสียหายติดกล้องวงจรปิดไว้
จับหญิงรับจ้างขโมยของในห้างฯ จ.อุดรธานี
ส่วนตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี จับกุมนางสาวจันทร์เพ็ญ อายุ 40 ปี พร้อมของกลาง กาแฟสำเร็จรูป 2 ห่อ และยาสีฟัน 3 กล่อง รวมเป็นเงิน 805 บาท ที่แอบขโมยมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี
ผู้จัดการห้างฯ ให้การว่า ผู้ก่อเหตุเคยมาขโมยของ 2 ครั้ง แต่จับไม่ได้ จนเมื่อวาน (20 ส.ค.) เห็นมาเดินเลือกดูสินค้าอีกครั้ง จึงตามเฝ้าดู พบผู้ก่อเหตุหยิบสินค้าไปซุกซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ก่อนเดินหลบมุมออกจากห้างฯ โดยไม่ชำระเงิน จึงติดตามไปขอตรวจค้นจนได้หลักฐานมัดตัว
ด้านผู้ก่อเหตุอ้างว่า หลังแยกทางกับสามี ต้องเลี้ยงลูก 2 คนเพียงลำพัง ลูกอายุ 12 ขวบ และ 2 ขวบ มีรายได้จากการรับจ้างวันละ 350 บาท ไม่พอใช้จ่าย กระทั่งมีผู้หญิงชื่อจูน จ้างให้ไปขโมยของในห้างฯ แลกค่าจ้างครั้งละ 400-600 บาท จึงตกลงทำ เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนเคยก่อเหตุลักษณะนี้เป็นครั้งแรกแล้วถูกจับ ซึ่งศาลฯ ให้รอลงอาญา