WHO เผย ดีอาร์คองโก เตรียมนำวัคซีนแอร์วีโบ 70,000 โดส มาใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัคซีนดังกล่าวสามารถปกป้องได้หรือไม่ แต่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
วันนี้ (21 ส.ค. 69) องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) เผยว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก เตรียมนำวัคซีนแอร์วีโบ (Ervebo) มาใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโย
โดย “วัคซีนแอร์วีโบ” ได้รับการอนุมัติและแนะนำสำหรับป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ไซแอร์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสามารถปกป้องมนุษย์จากเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูโย ได้หรือไม่ โดยผลการศึกษาเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองบ่งชี้ว่า “วัคซีนแอร์วีโบ” อาจให้การป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโย ได้ในระดับหนึ่ง
ทาง WHO และ Africa CDC ระบุว่า วัคซีนแอร์วีโบ ได้รับจัดสรรเบื้องต้น 70,000 โดส จากคลังวัคซีนสำรองระดับโลก โดยวัคซีนจำนวน 20,000 โดส จะถูกนำไปใช้ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เพื่อประเมินประสิทธิผลของวัคซีนต่อสายพันธุ์บุนดีบูโย ส่วนวัคซีนที่เหลืออีก 50,000 โดส จะจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งการทดลองทางคลินิกอาจให้ข้อมูลสำคัญว่าการใช้วัคซีนที่พัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาอีกสายพันธุ์ จะช่วยควบคุมการแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันได้หรือไม่ รวมถึงเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาใช้วัคซีนดังกล่าวในวงกว้างต่อไป
ขณะที่รัฐบาลดีอาร์คองโก รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องประชาชนที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อไวรัสอีโบลา โดยขณะนี้มีวัคซีนแอร์วีโบ 2,000 โดส พร้อมใช้งานในจังหวัดทโชโป และได้ยื่นคำขอวัคซีนเพิ่มเติมอีก 500,000 โดสแล้ว เพื่อขยายโครงการฉีดวัคซีน ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนแอร์วีโบทั้งในการทดลองทางคลินิกหรือช่องทางอื่นควรรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้วัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัส สายพันธุ์บุนดีบูโย และต้องให้ความยินยอมก่อนเข้ารับวัคซีน
ทั้งนี้ ตัวเลขทางการเมื่อวันพุธ (19 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา ระบุว่า ดีอาร์คองโกมีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ยืนยันเพิ่มเป็น 5,208 คน ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 2,476 คน และผู้ติดเชื้อที่หายดี 1,115 คน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงกักตัวหรือรับการรักษาอยู่ที่ 730 คน และทางการมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดอิตูรี กีวูเหนือ กีวูใต้ บาส-อูเอเล ฮาวต์-อูเอเล และทโชโป โดยการระบาดระลอกล่าสุดนี้ถือเป็นการระบาดของโรคอีโบลาครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในดีอาร์คองโก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก