นายกฯ เดินทางกลับไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ เตรียมลงพื้นที่น่านพรุ่งนี้เช้า

นายกฯ เดินทางกลับไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ เตรียมลงพื้นที่น่านพรุ่งนี้เช้า

View icon 17
วันที่ 22 ส.ค. 2569 | 08.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกฯ เดินทางกลับไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ ลงพื้นที่น่านพรุ่งนี้เช้าทันที เตรียมพร้อมช่วยเหลือเยียวยา และรับมือฝนอีกระลอก

วันนี้ (22 ส.ค.69) เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอ๊คแลนด์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมภริยาและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ กลับถึงประเทศไทยค่ำนี้ เวลาประมาณ 19.45 น. ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ก่อนเตรียมลงพื้นที่จังหวัดน่านในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค.69 ทันที เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหา และเร่งประสานการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เผยรัฐบาลเตรียมความพร้อมรองรับฝนที่คาดว่าจะกลับมาตกเพิ่มบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านในวันพรุ่งนี้ (23 ส.ค.) โดยเน้นติดตามข้อมูลฝน มวลน้ำ และสภาพพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

จากการประเมินของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำน่านที่ต้องติดตามในวันที่ 23 ส.ค. ได้แก่ อำเภอปัว อำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง และอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งอาจมีปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงประมาณ 50–70 มิลลิเมตร โดยปริมาณฝนที่คาดการณ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับช่วงฝนหนักที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากดินในบางพื้นที่ยังมีความชื้นสะสมจากฝนที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สถานการณ์ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่รัฐบาลยังไม่ประมาท โดยเฉพาะฝนในพื้นที่ต้นน้ำวันที่ 23 ส.ค.ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติและติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการเป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงพื้นที่อำเภอท่าวังผา อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอเวียงสา ซึ่งยังต้องติดตามมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบน ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล การแจ้งเตือน กำลังเจ้าหน้าที่ และเครื่องมือไว้รองรับสถานการณ์แล้ว”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง