กอ.รมน. ภาค 4 สน. สรุป 51 เหตุการณ์ ลอบวางระเบิด-เผา ป่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เร่งตรวจสอบทุกจุด แนะประชาชน หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากพบเห็นบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ด่วน ขณะที่นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิว
วันนี้ (23 ส.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวานนี้ เวลาประมาณ 20.35 น. ด.ต.อุสมาน อูเซ็ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี ขับรถยนต์เข้ามาขอความช่วยเหลือที่ฐานปฏิบัติการ ร้อย ฉก.ตร.นราธิวาส 932 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด จากการสอบถามทราบว่าเจ้าตัวได้ขับรถยนต์ มีผู้โดยสาร 5 คน ได้แก่ ผู้ชาย 1 คน และผู้หญิง 4 คน เพื่อเดินทางกลับบ้านในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี ขณะเดินทางผ่านถนนหมายเลข 4056 พิกัด 47NRH0880703158 เมื่อขับผ่านแยกมัสยิดดาแลปาลัส ไปได้ประมาณ 600 - 700 เมตร ได้เกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านซ้าย แรงระเบิดและสะเก็ดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายบริเวณด้านซ้ายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นางฟาซีลา อูเซ็ง และ น.ส.โนรฮายาตี ดือเล๊าะ ซึ่งได้นำตัวส่ง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเข้ารับการรักษาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุการณ์ก่อควารมไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หลายจุด โดยตั้งแต่เวลา 20.00 น. วานนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบ ควบคุมพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และได้สรุปเหตุการณ์ ณ เวลา 24.00 น. วันที่ 22 ส.ค.69 รวมทั้งสิ้น 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส 22 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา 18 เหตุการณ์ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
จังหวัดนราธิวาส 22 เหตุการณ์ เบื้องต้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 คน โดยลักษณะเหตุส่วนใหญ่เป็น เหตุระเบิด การเผายางรถยนต์ การลอบวางเพลิง และการเผาทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงเสาสัญญาณโทรศัพท์และยานพาหนะของทางราชการแยกเป็น
- อำเภอจะแนะ 4 เหตุการณ์
- อำเภอศรีสาคร 1 เหตุการณ์
- อำเภอแว้ง 1 เหตุการณ์
- อำเภอบาเจาะ 3 เหตุการณ์
- อำเภอเมืองนราธิวาส 1 เหตุการณ์
- อำเภอเจาะไอร้อง 1 เหตุการณ์
- อำเภอระแงะ 5 เหตุการณ์
- อำเภอสุไหงโก-ลก 1 เหตุการณ์
- อำเภอตากใบ 2 เหตุการณ์
- อำเภอยี่งอ 1 เหตุการณ์
- อำเภอรือเสาะ 1 เหตุการณ์
- อำเภอสุไหงปาดี 1 เหตุการณ์
จังหวัดปัตตานี 11 เหตุการณ์ เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เป็น เหตุเผาเสาส่งสัญญาณ รถยนต์ของ อบต. โรงรถ และการเผายางในเส้นทางต่าง ๆ แยกเป็น
- อำเภอยะรัง 3 เหตุการณ์
- อำเภอยะหริ่ง 2 เหตุการณ์
- อำเภอหนองจิก 3 เหตุการณ์
- อำเภอสายบุรี 1 เหตุการณ์
- อำเภอทุ่งยางแดง 1 เหตุการณ์
- อำเภอโคกโพธิ์ 1 เหตุการณ์
จังหวัดยะลา 18 เหตุการณ์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ลักษณะเหตุลอบวางระเบิดและเผารถยนต์ แยกเป็น
- อำเภอธารโต 8 เหตุการณ์
- อำเภอบันนังสตา 6 เหตุการณ์
- อำเภอรามัน 2 เหตุการณ์
จากภาพรวมดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในแต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและดูแลประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากพบเห็นบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย อย่าเข้าใกล้ อย่าแตะต้อง และอย่าดำเนินการด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือ สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง การแจ้งข้อมูลอย่างรวดเร็วจากประชาชน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ เข้าดูแลพื้นที่ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม มีหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกประกาศด่วนเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ขอความร่วมมือประชาชน ห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 22.15 น. (คืนวันที่ 22 ส.ค. 69) ไปจนถึงเวลา 06.00 น. (เช้าวันที่ 23 ส.ค. 69) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสทั้งหมด ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจริงๆ ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ก่อนทำการเดินทางเท่านั้น
ขอความร่วมมือทุกท่านเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง และเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานรักษาความสงบเรียบร้อยได้อย่างเต็มที่