ปฏิบัติโดยทันที นายกฯ สั่งการทุกหน่วย เฝ้าระวัง-ฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมน่าน กำชับเตือนภัยล่วงหน้า ห้ามรอน้ำมาถึงค่อยแจ้ง ย้ำ ชีวิต-ทรัพย์สินประชาชนต้องมาก่อน มอบ ยศชนัน คุมภาคเหนือ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต
วันนี้ (23 ส.ค.69) เวลา 10.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานน่านนคร จ.น่าน โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมคณะในพื้นที่มารอรับ พร้อมรายงานสถานการณ์เบื้องต้นให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า อาจไม่ต้องลงพื้นที่เพราะนายยศชนัน ได้ติดตาม และบัญชาการสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่มาโดยตลอด
จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหา อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งรับฟังปัญหาและความต้องการในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือหลังน้ำลดและการฟื้นฟูสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้คณะของตนเองประกอบไปด้วยฝ่ายปกครอง และผู้บัญชาการทหารบก ได้เดินทางมาที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว และญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นขอยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเต็มที่
ช่วงก่อนมีสถานการณ์ ตนได้มอบหมายให้ นายยศชนัน กำกับดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ปฏิบัติหน้าที่แทนตนเองในการสั่งการ และรับมือเหตุอุทกภัย และเหตุภัยธรรมชาติทุกเหตุ ในกรณีนี้ต้องขอขอบคุณนายยศชนัน อย่างมากเมื่อเกิดสถานการณ์ขึ้น ได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่โดยทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ตนมีราชการที่ต่างประเทศ แต่เราได้มีการประสานงาน และหารือกันตลอดเวลา ซึ่งตนได้รับทราบสถานการณ์มาโดยตลอด จากการรายงานของนายยศนัน และมั่นใจว่าสามารถกำกับดูแลควบคุมสถานการณ์ได้ และต้องขอบคุณพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกคนได้เข้ามาช่วยงานนายยศชนัน ในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยในภาพรวมถือว่าได้มีการคลี่คลายลงแล้ว แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝนและอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากฝนตกหนัก และปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม แม้บางพื้นที่จะมีน้ำลดลงเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูแล้วเรายังคงต้องตรึงทรัพยากรต่าง ๆ ไว้ เพื่อให้มีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขอมอบข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ในฐานะเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ ดังนี้ ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูพื้นที่ขอให้กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งสำรวจความเสียหายให้การช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ระดมเครื่องสูบน้ำเข้าในพื้นที่เกิดเหตุ และพื้นที่ลุ่มอื่น ๆ เพื่อสูบน้ำท่วมขัง ให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พื้นที่ไหนน้ำลดแล้วขอให้เร่งดำเนินการฟื้นฟูทันที ทั้งบ้านเรือนถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา สถานพยาบาล พื้นที่การเกษตร รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหาย และดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วที่สุดซึ่งเรามีมาตรการและแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาอยู่แล้ว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้บูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ การติดตามสภาพอากาศ ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือและพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ขอให้มีการวิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มที่เกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำแผนที่น้ำท่วม และคาดการณ์รวมทั้งเร่งแจ้งข้อมูลให้จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานะการได้อย่างทันท่วงที
ส่วนการติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันติดตามประเมินสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลปริมาณฝนปริมาณน้ำท่า ระดับน้ำและข้อมูลคาดการณ์มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อประเมินปริมาณ และช่วงเวลาที่มวลน้ำจะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจ เขตอำเภอเมือง หรืออำเภอใหญ่ ๆ ตลอดจนพื้นที่ถ่ายน้ำพร้อมข้อมูลในปัจจุบัน แจ้งให้จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจในการแจ้งเตือนประชาชน
ขอเน้นย้ำถ้ารู้มวลน้ำจะไปพื้นที่ใด ขอให้แจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนทราบในทันที อย่ารอให้น้ำมาถึงแล้วค่อยแจ้งเพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวยกของ ย้ายรถ และที่สำคัญสุดคือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีสภาพติดเตียง และกลุ่มเปราะบางออกจากเคหะสถาน และพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว ให้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ เข้ามาช่วยอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย เพราะหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนในทันที ขอให้มีการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยให้กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้เตรียมพร้อมอพยพได้ทันท่วงที
ส่วนการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจและประเมินเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ พร้อมตรวจสอบสะพานโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำ กรณีดินโคลนถล่มหรือสิ่งกีดขวางเส้นทางให้เร่งระดมเครื่องจักรเข้าดำเนินการเปิดเส้นทางให้สามารถสัญจรได้โดยเร็ว และปลอดภัย และขอให้กรมชลประทาน เตรียมความพร้อม เช่น เครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ และอุปกรณ์ที่จะมาช่วยยามฉุกเฉิน เช่น สะพานแบริ่งในกรณีที่มีการตัดขาดของถนน ที่เกิดจากน้ำเพื่อให้การสัญจรไปมาไม่ได้รับผลกระทบ เชื่อว่าทุกกรมมีอุปกรณ์พร้อมอยู่แล้ว
ปีที่แล้วตนได้เห็นกรมชลประทานเตรียมความพร้อมเรื่องสะพานแบริ่งในเขตภาคอีสาน ซึ่งจะมีเรื่องของการตัดขาดของถนนและสะพาน ตามอำเภอหรือตำบล เมื่อมีสะพานแบริ่งเข้าไป ก็ทำให้ความลำบากของประชาชนได้รับความคลี่คลายลง ดังนั้นจำนวนแบริ่งโครงสร้างต่าง ๆ ขอให้บริหารจัดการ เพิ่มจำนวนหรืออาจจะเคลื่อนย้ายในพื้นที่ที่ยังไม่มีความเสี่ยง นำไปเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยง หากเป็นไปได้ขอให้ร่วมกันบูรณาการความร่วมมืออย่างเต็มที่ ปีที่แล้ว ตนได้เห็นการบริหารจัดการ ของหน่วยงานซึ่งเราไม่ได้รอเฉพาะจังหวัดหรือ ปภ.อย่างเดียว ทางกรมชลประทานและคมนาคม ได้เร่งระดมทรัพยากรต่าง ๆ เข้าไป ทำให้การเข้าไปฟื้นฟู และแก้ไขซ่อมแซม โครงสร้างต่าง ๆ ในการสัญจรไปมา เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ นี่คือสิ่งที่ตนได้เห็นกับตาขอชื่นชม จึงมีความมั่นใจว่าปีนี้เราน่าจะมีการเตรียมความพร้อมมากขึ้น ซึ่งได้ให้ข้อสั่งการก่อนหน้านี้ไปแล้ว
ขณะเดียวกันอยากให้ทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุแบบแพ็กทีม เพื่อเผชิญเหตุและแก้ไขเหตุด้วยกัน มีอะไรก็หยิบยืมกัน เชื่อว่าสถานการณ์ทั้งหลายจะไม่เกินความสามารถของพวกเราอย่างแน่นอน ส่วนระยะยาวจะมีการเสนอให้ สทนช. เสนอแผนแก้ปัญหาอุทกภัยต่อไป
ส่วนการเฝ้าระวัง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานงานกับ ปภ. ที่สำคัญตัวหลักคือเรื่องการเตือนภัย ขอให้มีการอัปเดทข้อมูลตลอดเวลา ซึ่งเวลานี้อธิบดี ปภ.อาจจะต้องมีการอัปเดทข้อมูลที่ทันสมัย ขอให้เร่งดำเนินการโดยทันที และเชื่อมต่อ กระจายข้อมูลต่าง ๆ กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อนำข้อมูลไปสร้างเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ กระจายข่าวไปยังพื้นที่ในระดับตำบลหมู่บ้านให้ได้มากที่สุดเท่า และให้นายอำเภอ เตรียมพร้อมเฝ้าระวัง โดยประสานกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดเวลา
ย้ำว่าให้ทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังบูรณาการการทำงานให้เป็นเอกภาพ ยึดถือความปลอดภัยในชีวิตนึกถึงทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชนเป็นเป้าหมาย พร้อมช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่เพื่อให้สถานการณ์ได้คลี่คลาย และให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว และต้องมีการแจ้งเตือนในระดับสูงสุด ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำที่มวลน้ำกำลังจะไปถึง ขอให้มีการเตรียมรับมือตั้งแต่ตอนนี้ เป้าหมายสำคัญสุดคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ลดความเสียหายได้มากที่สุดอะไรที่ทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ขอให้ดำเนินการทันที เรื่องไหนที่ติดขัดหรือเกินกำลังในพื้นที่ขอให้รายงานเป็นลำดับขั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนพื้นที่ภาคเหนือ วันนี้นายยศชนัน มีอำนาจจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการที่จะสั่งการมอบนโยบาย และอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อให้สถานการณ์ อยู่ในสภาพที่ปกติมากที่สุด ส่วนตัวตน พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในส่วนนี้ขอให้ทุกท่านได้รับข้อสั่งการและนำไปสู่การปฏิบัติโดยทันที