เช้านี้ที่หมอชิต - ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดน่าน ขณะนี้อยู่ในช่วงฟื้นฟู เมื่อวานนี้ทางเทศบาลเมืองน่าน และจิตอาสาเร่งทำความสะอาดถนน
เร่งฟื้นฟู คืนความสุขให้ผู้ประสบภัย จ.น่าน
เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองน่าน ร่วมกับจิตอาสา กอ.รมน. เร่งทำความสะอาด ล้างคราบโคลนบนถนนพื้นที่บ้านสวนตาลล่าง บ้านดอนแก้ว และบ้านดอนศรีเสริม และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะสามารถล้างโคลนออกจากถนนได้ทั้งหมด
ขณะเดียวกันยังมีอีกหลายพื้นที่ ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือล้างทำความสะอาดบ้านและถนน
นางเสาวลักษณ์ หิ่งห้อย แม่ค้าขายผลไม้ บอกว่า ดีใจที่ได้กลับมาขายผลไม้ในตลาดกาดศรีคำแห่งนี้ เพราะที่ผ่านมา ขาดราย เดือดร้อนหนักไม่มีเงิน ส่วนบ้านเสียหายเกือบหมด อยากให้หน่วยงานเข้าเยียวยาแบ่งเบาภาระบรรเทาความเดือดร้อนด้วย
สำรวจบ้านพัง ร้องรัฐบาลช่วยแหล่งเงินกู้ซ่อมบ้าน จ.น่าน
ส่วนพื้นที่อำเภอปัว เมื่อวานนี้ทางทีมข่าว 7HD คุณก้อง-เกียรติชัย บุราโส พาย้อนกลับไปสำรวจ "บ้านเก็ต" ตำบลวรนคร อำเภอปัว หลังน้ำลดอีกครั้ง ก็พบว่ามีหลายหลังที่ยังไม่สามารถอยู่อาศัยได้ อย่างบ้านหลังนี้ที่ได้รับความเสียหาย แต่เคราะห์ยังดีที่คนในบ้านรอดชีวิตมาได้ เพราะเพื่อนบ้านช่วยไว้
ไม่เพียงเรื่องทรัพย์สิน และบ้านพังเสียหาย อีกเรื่องที่ชาวบ้านทุกข์ใจมาก คือ เงินที่จะใช้ซ่อมแซมบ้าน เพราะบางครอบครัวเรียกว่า กู้หนี้ยืมสินมาสร้างบ้าน พอถูกน้ำท่วมซ้ำ ก็ยิ่งมืดแปดด้านไม่รู้จะหาเงินจากไหนมาซ่อมแซมบ้านแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องแหล่งเงินกู้ หากปลอดดอกเบี้ยก็จะยิ่งดี
ช่อง 7HD มอบถุงยังชีพ ให้กำลังใจผู้ประสบภัย จ.น่าน
และเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม ช่อง 7HD ยังนำถุงยังชีพ "7HD ช่วยชาวบ้าน" บรรจุของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สำหรับใช้ทำความสะอาดบ้าน และบริโภคในยามวิกฤต ไปมอบให้ชาวบ้านด้วย
ขณะที่บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง เสียหายหนักไม่แพ้อำเภอปัว บ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกกระแสน้ำพัดจนเกิดรอยร้าว
ชาวบ้านผู้ประสบภัยจึงร้องขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะ ผ้าห่ม ที่นอน หมอน และเสื้อผ้า ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด
จากความเดือดร้อนดังกล่าว สมาคมนักสื่อสารจังหวัดน่าน กับเครือข่ายเพื่อนนักข่าว จึงประกาศขอรับบริจาคอุปกรณ์ และเครื่องใช้ที่ผู้ประสบภัยต้องการ ผ่านสมาคมฯ เพื่อรวบรวม และส่งต่อให้ถึงมือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ล่าสุดมีผู้ใจบุญส่งมอบของจำเป็นให้ชาวบ้านทั้งเครื่องนุ่งห่ม อาหารแห้ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ด้าน "นายกฯ อนุทิน" หลังประชุมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ ที่ศาลากลางจังหวัดน่าน สั่งให้ถอดบทเรียน หาแนวทางป้องกัน รวมถึงสั่งให้เร่งเยียวยาประชาชนให้กลับมาสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
พร้อมกันนี้ นายกฯ แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ยืนยันช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ย้ำว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ขณะที่เรื่องของการฟื้นฟู นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พูดชัดว่า คาดใช้เวลา 4-5 วัน จะสามารถคืนบ้านให้ประชาชนได้
ส่วนเงินเยียวยา จะถึงมือประชาชนก้อนแรก จำนวน 6,700 บาท วันที่ 30 สิงหาคมนี้ ส่วนเงินค่าซ่อมแซมบ้าน จะเป็นรอบที่ 2
สั่งแก้ปัญหา เขาหัวโล้น อ.ปัว จ.น่าน
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้แทนนำถุงยังชีพพระราชทานมอบให้ประชาชน พร้อมระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และรอยต่ออุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวโพดมาเป็นพืชยืนต้นมากขึ้น เพื่อช่วยดูแลป่าต้นน้ำและลดความเสี่ยงการชะล้างพังทลายของดินในระยะยาว
ต้องยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านได้ทำไร่-ทำการเกษตร ทำให้ต้นไม้ถูกทำลาย ซึ่งตามข้อมูลของจิสด้า เผยให้เห็นป่าไม้ที่หายได้ ช่วงปี 2558-2568 พื้นที่ป่าใน จังหวัดน่าน ลดลงกว่า 29,000 ไร่ โดยพื้นที่เกษตรกรรมขยายตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำอย่าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอทุ่งช้าง
GISTDA ระบุว่า การลดลงของป่าต้นน้ำอาจทำให้ความสามารถในการชะลอน้ำลดลง เมื่อเกิดฝนตกหนักสะสม มวลน้ำจากพื้นที่สูงจึงไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้เร็วขึ้น
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า พบแปลงเกษตรบนพื้นที่สูง และลาดชัน โดยบางจุดมีลักษณะเป็น "เขาหัวโล้น" และปลูกข้าวโพดเกือบถึงยอดเขา ซึ่งพื้นที่ลักษณะนี้ มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินและน้ำไหลบ่า เมื่อเกิดฝนตกหนัก
จึงสั่ง กรมป่าไม้ เร่งทำความเข้าใจกับประชาชน โดยย้ำว่า แม้รัฐจะอนุญาตให้ทำกิน แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำและพื้นที่ลาดชัน ต้องอนุรักษ์ดินและน้ำ ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเพิ่มไม้ยืนต้น
สำหรับพื้นที่ชุมชนบนที่สูง 11 ชุมชน รวมกว่า 4,000 ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด แต่บางพื้นที่เริ่มปรับเปลี่ยนไปปลูกกาแฟและพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ รัฐมนตรีฯ สุชาติ ไม่ได้มองประชาชนที่อยู่มานานเป็นผู้บุกรุกทั้งหมด แต่ต้องทำกินภายใต้กติกา