ชาย 14 ปี น้อยใจแม่ดุ “ติดเกม” กระโดดตึกชั้น 3

View icon 42
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 11.02 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - เด็กชายอายุ 14 ปี น้อยใจถูกแม่ดุด่าไม่ช่วยทำงานบ้าน เพราะเอาแต่เล่นเกม ก่อนตัดสินใจกระโดดจากตึกชั้น 3 หวังฆ่าตัวตาย แต่โชคดีร่างตกลงมาติดอยู่บนหลังคาชั้น 1 ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล

เป็นนาทีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังช่วยเหลือนำร่างเด็กชายลงมาจากหลังคาบ้าน เหตุการณ์นี้เกิดช่วงเที่ยงคืน วันที่ 24 สิงหาคมที่ตึกแถว 3 ชั้น ซึ่งเป็นร้านขายอาหาร บนถนนราชการรถไฟ 2 ใกล้สถานีรถไฟศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเด็กชายอายุ 14 ปี นอนบาดเจ็บอยู่บนหลังคาชั้น 1 ร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงนำบันไดขึ้นไป ก่อนช่วยนำตัวลงมาจากหลังคา และส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

จากการสอบถามญาติ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็กถูกแม่ดุด่าเรื่องไม่ยอมช่วยทำงาน เอาแต่เล่นเกม จึงคาดว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กเกิดความน้อยใจ และกระโดดลงมาจากชั้น 3 หากร่างตกลงมาถึงพื้นโดยตรง อาจได้รับอันตรายถึงชีวิต แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เด็กชายตกลงมาบนหลังคาชั้น 1 จึงช่วยลดแรงกระแทกและรอดชีวิตมาได้

และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับยายของเด็กอายุ 14 ปี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลานมีพฤติกรรมติดเกมจริง ไม่ชอบทำการบ้าน และมักมีอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อไม่ได้ดังใจ พฤติกรรมดังกล่าวเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ขึ้น ม.1 หลังแม่ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ใช้ส่วนตัว

ก่อนเกิดเหตุ แม่และพี่สาวอยู่กับเด็กในห้องนอนชั้น 3 แม่ได้สอบถามเรื่องการบ้านว่าทำเสร็จหรือยัง พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้ว และต่อว่าเรื่องเล่นเกม ทำให้เด็กชายไม่พอใจที่แม่พูด ก่อนจะเปิดประตูระเบียงตัดสินใจกระโดดลงมา อยู่ที่หลังคาชั้น 1

ล่าสุด แพทย์ระบุว่าเด็กชายอาการปลอดภัย ไม่มีอาการบาดเจ็บรุนแรง และแนะนำให้ครอบครัวพาเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อประเมินและดูแลด้านสภาพจิตใจ 

ขณะที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พูดคุยกับครอบครัว พร้อมแนะนำให้พาเด็กเข้ารับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์วัยรุ่น เตือนผู้ปกครองเฝ้าสังเกตพฤติกรรมบุตรหลาน หากเล่นเกมจนมี 3 สัญญาณอันตราย อาจเข้าข่าย โรคเสพติดเกมและควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาโดยเร็ว

สัญญาณที่ 1 คือ สูญเสียวิถีชีวิตประจำวัน เด็กไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมนอน หรือปล่อยให้การเล่นเกมกระทบการใช้ชีวิตตามปกติ

สัญญาณที่ 2 คือ อารมณ์ร่วมรุนแรงและเล่นถี่ขึ้น เด็กอินกับเกมมากขึ้น มีอารมณ์รุนแรง และใช้เวลาเล่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สัญญาณที่ 3 คือ มีอาการเมื่อไม่ได้เล่น หากถูกห้ามแล้วฉุนเฉียว เกรี้ยวกราดรุนแรง ถึงขั้นทำร้ายตัวเองหรือผู้ปกครอง ถือเป็นสัญญาณวิกฤต

แพทย์แนะนำว่า หากพบทั้ง 3 ปัจจัย ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการหักดิบหรือดุด่ารุนแรง แต่ควรพาเด็กเข้าสู่การประเมินและรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสร้างกิจกรรมทางเลือกและรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง