ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ กอ.รมน.ภาค 4 ได้สรุปพื้นที่ตกเป็นเป้าก่อเหตุใน 3 จังหวัด รวม 51 จุด ต่อมาพอมาลงรายละเอียดลึกลงไป เอาแค่เฉพาะพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส ได้รับผลกระทบจากการก่อเหตุความไม่สงบ ครั้งนี้ หนักหนาที่สุด
ผวจ.แถลงสรุปเหตุป่วน 13 อำเภอ 40 จุด จ.นราธิวาส
เรื่องนี้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยหน่วยความมั่นคง ออกมาสรุปเหตุการณ์พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ถูกคนร้ายโจมตี ในห้วงเวลาภายในคืนเดียว (22 ส.ค.) ทั่วทั้งจังหวัดฯ พบเกิดเหตุการณ์ รวมทั้งสิ้น 40 จุด ครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอ และมีผู้บาดเจ็บ 3 คน ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
โดยรูปแบบการก่อเหตุแบ่งเป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่ ลอบวางเพลิง 9 แห่ง ลอบวางระเบิด 15 แห่ง ก่อกวนด้วยการเผายางรถยนต์ ทำลายกล้องซีซีทีวี 13 แห่ง และลอบยิง 1 แห่ง
และมีทรัพย์สิน ที่ได้รับความเสียหาย ตั้งแต่ อาคาร อบต. 4 แห่ง, รถยนต์ราชการ 5 คัน, รถส่วนบุคคล 4 คัน, เครื่องจักรกลหนัก 18 คัน, โรงงานรับซื้อไม้ยางพาราฯ 1 แห่ง และบ้านเรือนประชาชนอีก 2 หลัง
ซึ่งผู้ว่าฯ นราธิวาส ยอมรับว่า นอนไม่หลับ ต้องนั่งทบทวนมาตรการความปลอดภัย เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์ ส่วนมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ทางจังหวัดฯ ตั้งเป้าจ่ายเงินชดเชยตามความเสียหายจริงให้เร็วที่สุด คาดใช้เวลา 10 วัน
ขยับไปพื้นที่จังหวัดยะลา มีหลายพื้นที่ตกเป็นเป้า อย่างที่ อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เป็นอีกจุดที่ได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน คนร้ายเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ รถยนต์
โดยที่ สถานีพัฒนาที่ดินยะลา ถูกคนร้ายบุกเผาอาคารสำนักงานฯ เสียหายอย่างหนัก รวมทั้งเผารถยนต์ของทางราชการ เสียหาย 2 คัน
ทีมข่าวลงพื้นที่ได้พบ ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า คืนเกิดเหตุวันที่ 22 สิงหาคม กลุ่มคนร้ายอย่างน้อย 2 คน แต่ไม่รู้ว่าด้านนอกสถานีพัฒนาที่ดินยะลา ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุคนอื่นรออยู่หรือไม่
โดยคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ แต่งกายคล้าย เจ้าหน้าที่รัฐ สวมรองเท้าคอมแบท เดินเข้ามาสอบถามว่า มีอาวุธปืน หรือโทรศัพท์มือถือหรือไม่ จากนั้น คนร้ายพากันไปงัดประตูสำนักงาน แล้วจุดไฟเผาภายในอาคารฯ
มทภ.4 ชี้กลุ่มค้ายา-ของเถื่อนลงขันตอบโต้รัฐ
พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้เปิดเผยข้อมูลกลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในระหว่างลงตรวจพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายสำนักงาน เทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
โดยประเมินว่า การก่อเหตุครั้งนี้ มีเป้าหมายสร้างสถานการณ์ และดิสเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ มากกว่ามุ่งทำร้ายประชาชนหรือข้าราชการ
ข้อมูลการวางระเบิด คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ กับเทศบาลเมืองตะลุบัน คนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังดับเพลิง จากนั้นคนร้ายได้นำถังดับเพลิง ที่ติดตั้งไว้ภายในอาคาร สำนักงานฯ ทั้งหมด มาผูกติดไว้ กับระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยระเบิดนำมาติดไว้กับเสาอาคารจากนั้นจึงจุดชนวน
เบื้องต้นฝ่ายความมั่นคง เชื่อว่า อาจเกี่ยวข้องกับการกดดันกลุ่มขบวนการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทั้งการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ การเปิดยุทธการ 90 วัน ปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการจับกุมขบวนการสินค้าผิดกฎหมาย
ล่าสุด มีการตรวจยึดบุหรี่ เถื่อนกว่า 2 ล้านมวน พร้อมเงินสด 18 ล้านบาท ในพื้นที่อำเภอยะรัง ซึ่งเชื่อว่าอาจกระทบแหล่งทุนของขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
ขณะเดียวกัน แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยัน เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้มีการตอบโต้รัฐหรือสร้างสถานการณ์ และจะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
นายกฯอนุทิน หารือฝ่ายความมั่นคงแก้ปัญหาภาคใต้ หลังเกิดเหตุก่อความไม่สงบหลายจุดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
"อนุทิน" หารือแก้ปัญหาความไม่สงบใต้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัญมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ หารือบนตึกไทยคู่ฟ้า หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คาดประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีความพร้อม รวมถึงการแจ้งการข่าวล่วงหน้าที่ค่อนข้างล่าช้า
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าเป็นห่วง ที่ต้องมาดูทั้งเรื่องการข่าว ความพร้อมในการป้องกัน โดยเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ส่วนการสะกัดไม่ให้คนก่อเหตุหนีเข้าประเทศมาเลเซีย เมื่อเราแจ้งไปทางมาเลเซียพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเรา ต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้วผู้ก่อเหตุคือใคร และหลบหนีไปยังที่ใดบ้าง
“ฐนัตถ์” คาด 3 เหตุก่อความไม่สงบ
นายฐนัตถ์ ได้ประเมิน 3 สาเหตุหลักของเหตุการณ์คือ การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม อาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา ใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร คนก่อเห็นอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร
และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน รวมทั้งอาจขัดผลประโยชน์ที่จับกุมสิ่งผิดกฎหมายจำนวนมาก แต่จะเป็นกลุ่มใดก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่