กวาดล้างชายแดน ! คดีหลอกลวงครองแชมป์อันดับ 1 ในรอบสัปดาห์

กวาดล้างชายแดน ! คดีหลอกลวงครองแชมป์อันดับ 1 ในรอบสัปดาห์

View icon 29
วันที่ 24 ส.ค. 2569 | 11.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กวาดล้างชายแดน ! รวบ 112 แอดมินเว็บพนันลาว สกัดแก๊งจีนลักลอบเข้าไทย และช่วย นศ.ชายวัย19 ถูกขู่-บังคับโอนเงิน สถิติในรอบ 1 สัปดาห์ พบคดีหลอกลวงครองแชมป์อันดับ 1 

วันนี้ ( 24 ส.ค. 69 ) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 16-22 ส.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 79,311 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,775 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 9-15 ส.ค.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 73,251 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,500 ล้านบาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,892 คดี คิดเป็น 80.6% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด กลับเป็นการหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน ที่มีความเสียหายเกือบ 756 ล้านบาท คิดเป็น 27.2% ของคดีทั้งหมด ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า 
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 129 คดี มูลค่าความเสียหาย 16.5 ล้านบาท
2.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 30 คดี มูลค่าความเสียหาย 5.6 แสนบาท
3.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 29 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.1 ล้านบาท
หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกพบว่าผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย และกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน เมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
-จับกุมคนไทยลักลอบข้ามแดนไทย - กัมพูชา เป็นชาย ได้ในพื้นที่จ.สระแก้ว 1 คน หลังพบเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากสปป.ลาว 112 คน ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่าไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ที่ ST Vegas Entertainment International Club นครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ
- ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จับกุมคนไทย 2 ราย และ ชาวจีน 8 ราย รวมทั้งสิ้น 10 คน แบ่งเป็น
วันที่ 18 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 ราย และชายชาวจีน 4 ราย บริเวณสี่แยกหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพ ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้าง 24,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก จ.หนองคาย ไป ส่งที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยชาวจีนเหล่านี้ระบุว่า มีชาวจีนว่าจ้างให้ขนกระเป๋าที่มีโน้ตบุ๊ก และโทรศัพท์มือถือข้ามมายังประเทศไทย แลกกับค่าจ้าง 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท) โดยมีเอเจนต์คอยสั่งการ และให้รถยนต์มารับตามจุดที่นัดหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน

วันที่ 19 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 คน และชายชาวจีน 4 คน ที่ห้องพักหมายเลข 3 เอสซี รีสอร์ต ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้าง 32,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก จ.หนองคาย ไปส่งที่ อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยขับรถไปตามพิกัด และหมายเลขห้องพักตามที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ทางไลน์ พร้อมยอมรับว่าเคยรับจ้างส่งคนต่างด้าวในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่าง ๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด 21 คน คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ตำรวจ สน.บางนา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยชื่อดัง อายุ 19 ปี หลังได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชัน “ไลน์” อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ดำเนินการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนจะอ้างว่าผู้เสียหายกระทำความผิด จากนั้นเข้าควบคุมผู้เสียหายด้วยการให้คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ห้ามไม่ให้ติดต่อกับใคร และหลอกลวงให้ผู้เสียหายไปเปิดโรงแรมพักที่ซอยสุขุมวิท 68 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ ก่อนลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ 3 ครั้ง สูญเงินไป 2.7 ล้านบาท เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจะสามารถเข้าช่วยเหลือไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อธิบายกลโกงมิจฉาชีพ พร้อมกับให้อายัดบัญชีที่ 1441 ก่อนประสานให้เข้าแจ้งความต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง