อัยการธนกฤต เผย กฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-68 เคลียร์ประวัติอาชญากรรม ยกเว้นคดี ม.112-ทุจริต-คดีถึงแก่ชีวิต ชี้ ไม่ตัดสิทธิเอกชนฟ้องแพ่ง
วันนี้ (24 ส.ค.69) นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษ โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือ กฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2569 ได้มีการประกาศ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองนี้ ใช้บังคับกับผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงจูงใจทางการเมือง ซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 ถึงวันที่ 16 ก.ค. 2568
ขอบเขตของการกระทำความผิด ต้องเป็นการกระทำที่กฎหมายบัญญัติเป็นความผิดตามที่ระบุในบัญชีท้าย พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งฐานความผิดที่เกี่ยวพันกัน เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาที่เป็นความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มาตรา 113 (1) หรือ (2) มาตรา 114 (เฉพาะการตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ) ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย มาตรา 135/1 (2) หรือ (3) มาตรา 135/2 และมาตรา 135/3 ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มาตรา 209 ถึงมาตรา 216 ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน มาตรา 217 ถึงมาตรา 221 มาตรา 225 และมาตรา 226 ความผิดต่อเสรีภาพ มาตรา 309 วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา 310วรรคหนึ่ง มาตรา 310 ทวิ และมาตรา 311 วรรคหนึ่ง ความผิดฐานบุกรุก มาตรา 362 มาตรา 364 และมาตรา 365 ความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ความผิดตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 ความผิดตามประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นต้น
ผลโดยตรงตามกฎหมายของการนิรโทษกรรม
1. ให้การกระทำความผิดตามที่กล่าวมา ไม่เป็นความผิด
2. ให้ผู้กระทำพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและไม่ถือว่าเป็นผู้เคยกระทำความผิด
3. ให้ผู้กระทำพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัย (ความผิดทางพินัยคือความผิดตามกฎหมายที่ไม่ใช่ความผิดอาญาและไม่เป็นโทษอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการเปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวให้เป็นความผิดทางพินัย)
ผลทางคดีของการนิรโทษกรรม
1. คดีที่อยู่ในระหว่างการสอบสวนหรือยังไม่ได้ถูกฟ้องคดีต่อศาล ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับหรือยุติการสอบสวนหรือการฟ้องคดี
2. คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล หากถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล ให้ศาลยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
3. คดีที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว
(1) กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด
(2) ถ้าอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป
ผลต่อการบันทึกประวัติอาชญากรรม
1. กรณีที่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทำความผิด หรือมีการบันทึกไว้ในฐานะเป็นประวัติอาชญากรรม ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล
2. จะนำประวัติอาชญากรรมไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่เป็นโทษมิได้
3. ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจจัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรมลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญานั้น
ข้อยกเว้น
ไม่มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดดังต่อไปนี้
1. การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
2. การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
3. การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
4. การกระทำความผิดต่อส่วนตัว
5. การกระทำความผิดที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
ไม่ตัดสิทธิเอกชนในการฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง และไม่ตัดสิทธิของผู้อื่นซึ่งไม่ใช่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของผู้ได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ที่จะใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการกระทำของผู้ได้รับการนิรโทษกรรม
มาตรการสำหรับผู้กระทำความผิดอายุต่ำกว่า 18 ปี
กรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิด และไม่ได้รับการนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ร้องขอต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีอำนาจจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูผู้กระทำความผิดแล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อขอให้พนักงานอัยการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา กรณียังไม่ได้มีการฟ้องคดีต่อศาล หรือเพื่อขอให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา เพื่อขอให้ศาลสั่งใช้มาตรการและขอให้ศาลสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมีคำพิพากษาตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว หากมีการฟ้องคดีต่อศาลแล้ว
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ส่วนอำนาจของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข มีอำนาจที่สำคัญ เช่น อำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดการได้รับนิรโทษกรรมและการพ้นจากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ รับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง โดยคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการให้ถือว่าเป็นที่สุด มีผลผูกพันให้หน่วยงานของรัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องรับไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับกรอบระยะเวลาในการดำเนินการของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 180 วันนับแต่วันที่ประชุมครั้งแรก และสามารถขยายเวลาดำเนินการออกไปได้อีกไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน