แปรรูปยางส่งกลิ่น-น้ำเสียเข้าชุมชน พยัคฆ์ไพร ลุยตรวจบริษัทยางพารา พบใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ 103 ไร่ ไร้ใบอนุญาต แจ้งความ 6 กรรมการ ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ สุชาติลั่นกลุ่มทุนต้องอยู่ใต้กฎหมาย
วันนี้( 25 ส.ค.69) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยภารกิจของชุดพยัคฆ์ไพร ตามที่มีพลเมืองดีร้องเรียนให้ตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัทยางพารา แห่งหนึ่ง ในตำบลฉลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังชาวบ้านได้รับผลกระทบจากกลิ่นและน้ำเสียจากการแปรรูปยางพารา
นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 13 (สงขลา) ร่วมกับชุดเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ “พยัคฆ์ไพร” เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานในพื้นที่ ลงตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน ผลการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์รวม 103 ไร่ 52 ตารางวา มีสิ่งปลูกสร้าง 27 รายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างละเอียด ก่อนพบว่า ไม่มีเอกสารอนุญาตให้บริษัทใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งความกล่าวโทษกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทจำนวน 6 คน ตั้งแต่ประธานบบริษัท กรรมการกิตติมศักดิ์และกรรมกการบริษัทชาวจีน 3 คน โดยพบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลสัญชาติจีน ในฐานความผิดเข้าครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตำเสา จังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสุชาติ กล่าวว่า จะเดินหน้าจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐอย่างจริงจัง โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรของประเทศ ไม่ปล่อยให้นายทุนเข้ามาแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ สำหรับขั้นตอนต่อไป กรมป่าไม้จะเร่งดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เพื่อให้ผู้กระทำผิดและบริวารหยุดดำเนินการและออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายสุชาติ ยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้นายทุนหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศโดยมิชอบ ไม่ว่าจะเป็นทุนกลุ่มใดหรือมีสัญชาติใด หากผิดกฎหมายต้องดำเนินคดี ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน