เจ้าหน้าที่ผนึกกำลัง ทลายเครือข่ายบังดี ลักลอบส่งแรงงานเถื่อนเป็นคอลเซ็นเตอร์

เจ้าหน้าที่ผนึกกำลัง ทลายเครือข่ายบังดี ลักลอบส่งแรงงานเถื่อนเป็นคอลเซ็นเตอร์

View icon 14
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 09.13 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ้าหน้าที่ผนึกกำลัง ทลายเครือข่ายบังดี ลักลอบส่งแรงงานเถื่อนทำงานคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศมาเลเซีย พบทั้งคนจีนและเมียนมา

วันนี้ (25 ส.ค.69)  ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการผ่าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร. , พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ให้ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศสกัดกั้นขบวนการนำพาแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองรวมไปถึงขยายผลการจับกุมผู้ให้การช่วยเหลือแรงงานเถื่อนให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สงขลา ร่วมกับ ตม.จว.เชียงราย จับกุมนายนิคม และในวันเดียวกัน ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับกุมนายรุสดีย์ หรือ บังดี 2 ตัวการสำคัญระดับสั่งการนำพาคนจีนลักลอบไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศมาเลเซีย

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่าภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล  ผบก.ตม. 6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา พร้อมชุดสืบสวน ขยายผลการจับกุมจากกรณี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2569 มีการตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมือง ผลการตรวจค้นพบคนจีน 6 คน และคนเมียนมา 1 คน ลักลอบเข้ามาจากประเทศกัมพูชาพร้อมโทรศัพท์มือถือรวมกว่า 20 เครื่อง เชื่อว่าพักคอยเพื่อเตรียมไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า นายรุสดีย์ หรือบังดี เป็นผู้รับคำสั่งมาจากนายทุนต่างประเทศแล้วติดต่อให้นายนิคมว่าจ้างนายสมบัติ จัดหารถรับแรงงานหลบหนีเข้าเมืองจากพื้นที่ตอนบนมาพักยังที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงจะมีนายฮาบีบ ลูกน้องสายตรงบังดี รับต่อเตรียมเดินทางออกทางช่องทางธรรมชาติเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย หลังจากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานจนกระทั่ง เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2569 ศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับทั้ง 4 คน ในความผิดข้อหา ร่วมกันให้ที่พักพิง ให้การช่วยเหลือแรงงานที่เดินทางเข้ามาผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุมของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับครั้งนี้ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 ประสานความร่วมมือกับตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ติตตามหาเบาะแสทั้ง 4 คน โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ตม.จว.ยะลา ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.จชต.ตามจับกุมนายฮาบีบ ได้ที่บ้านพักในเขตจังหวัดยะลา , ต่อมา วันที่ 17 ส.ค. 2569  ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยาและตำรวจทางหลวง ตามจับกุมนายสมบัติ ได้ขณะพักผ่อนที่บ้านหลังหนึ่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2569 ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.สงขลา ตามจับกุมนายนิคมฯ ได้ที่บ้านพักในเขตจังหวัดเชียงรายและในวันเดียวกันนายรุสดีย์หรือบังดี หัวหน้าขบวนการถูกเจ้าหน้าที่ ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามจับกุมได้คาด่านตรวจในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานเพิ่มเติมว่า ขบวนการนี้มีการตั้งราคาในการนำพาคนจีนที่ต้องการลักลอบไปประเทศมาเลเซียสูงถึง 65,000 บาทต่อคน และจากพยานหลักฐานที่ขบวนการนี้มีการลักลอบขนคนจีนมากว่า 1 ปี เชื่อว่ามีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 6-10 ล้านบาท

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณากำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ ที่ต้องการกวาดล้างขบวนการลักลอบขนแรงงานหลบหนีเข้าเมืองให้สิ้นซาก  หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน สตม. 1178 ได้ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง