ห้องข่าวภาคเที่ยง - เหตุการณ์คนร้ายขับรถประกบยิงคนขี่รถจักรยานยนต์ ตำรวจได้ตัวผู้ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีแล้ว 2 คน คนหนึ่งชื่อ "ไอซ์" รับสารภาพเป็นคนยิง อีกคนเป็นเยาวชน อายุ 15 ปี เป็นลูกข้าราชการตำรวจ ที่ทำให้ญาติเกิดความคลางแคลงใจว่า อาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม
ความคับแค้นใจของญาติ ไม่เข้าใจทำไมตำรวจถึงรีบเอาตัวผู้ต้องหารายหนึ่งไปส่งศาลฯ พยานหลักฐานใด ๆ ก็ยังไม่ทันได้เห็น ไม่มีทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ หรือแม้แต่ญาติผู้ต้องหาก็ยังไม่เห็นปรากฏตัวที่โรงพัก พอเห็นผู้ต้องหาเดินออกมาจากห้องสืบสวน กำลังจะพาไปส่งพนักงานสอบสวน ญาติผู้บาดเจ็บก็เลยปรี่เข้าไปทำร้ายผู้ต้องหาแบบนี้ ร้อนถึงตำรวจ และผู้สื่อข่าว ต้องช่วยกันระงับเหตุไม่ให้เรื่องลุกลามบานปลาย
ส่วนเหตุที่ญาติคับแค้นใจมาก ก็เพราะผู้บาดเจ็บ อายุ 23 ปี ที่ถูกยิง อาการสาหัสมาก กระสุนนัดหนึ่งยิงเข้าปอด แพทย์ผ่าออกมาได้ แต่ยังมีอาการเลือดออกในปอด ส่วนอีก 1 นัด เข้าที่กระดูกสันหลัง ยังไม่ได้ผ่าออกมา เพราะถ้าผ่าทันที ผู้บาดเจ็บมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก นั่นจึงเท่ากับว่า ผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากัน
และนี่คือภาพวงจรปิด วินาทีที่รถของคนร้ายตามประกบยิงผู้บาดเจ็บ
สำหรับญาติของผู้ต้องหาไม่ใช่ว่าไม่ไปพบตำรวจ อย่าง แม่ของ "ไอซ์" มือยิงผู้บาดเจ็บ ก็เป็นคนพาลูกไปมอบตัว และ "นายไอซ์" ก็รับว่าเป็นคนใช้ปืนยิงจริง ๆ ก่อนพาตำรวจไปค้นห้องเช่า ซอยนวมินทร์ 50 ยึดของกลางปืนที่ใช้ก่อเหตุ และกระสุน ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ส่วนตำรวจที่เป็นพ่อของเยาวชนชาย อายุ 15 ปี ก็ไปพบพนักงานสอบสวนเช่นกัน
และเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้คุมตัว นายองอาจ หรือ "ไอซ์" อายุ 20 ปี ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขัง หลังจากได้สอบสวน และแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว โดยระหว่างพาตัวออกไป นายไอซ์ เลือกจะปิดปากเงียบ ไม่ตอบคำถามใด ๆ ของผู้สื่อข่าว
ส่วนความคืบหน้าทางคดี วันนี้พนักงานสอบสวน จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ไปขอศาลฯ ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 คน คือ นายเตอร์ นายเบนซ์ และนายแก้ว ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน
ทั้งนี้มีข้อมูลทางการสืบสวน พบว่า ขณะเกิดเหตุ เยาวชนชาย อายุ 15 ปี ได้ขับรถปาดหน้าเพื่อให้เพื่อนลงมือก่อเหตุยิง จากนั้นจึงได้ทยอยขับรถไปส่งเพื่อนผู้ร่วมก่อเหตุ 4 คน แล้วกลับบ้านไปบอกกับแม่ของตนเอง ว่าถูกอีกฝ่ายยิงใส่ก่อน เพื่อให้แม่นำรถไปซ่อม จะได้ทำลายพยานหลักฐาน
แต่ฝ่ายสืบสวนตามไปยึดรถมาได้ เรียกเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรอยวิถีกระสุน และคราบเขม่าดินปืน ทำให้ผู้ก่อเหตุจำนนต่อหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลด้วยว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการเปลี่ยนพฤติกรรมในการล้างแค้นกลุ่มคู่อริ โดยจะพกปืนไว้ในรถตลอดเวลา เผื่อหากขับตระเวนไปพบคู่กรณี จะลงมือก่อเหตุยิงทันที