“โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กกล้า จากแคนาดา เป็น 50% เริ่ม 1 ม.ค.ปีหน้า หลังการเจรจาทางการค้าล้มเหลว ลั่นแคนาดาจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเสมือนเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ อีกต่อไป
วันนี้ (25 ส.ค. 69) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศผ่าน ทรูธ โซเชียล เมื่อวานนี้ว่า จะมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กกล้า จากแคนาดา เป็นอัตรา 50% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 หลังจากที่การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาล้มเหลว
โดย “โดนัลด์ ทรัมป์” ระบุว่า แคนาดาเอาเปรียบสหรัฐฯ มานานหลายปีแล้ว การที่แคนาดาตั้งกำแพงภาษีที่สูงลิ่วกับสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ สร้างความเดือดร้อนแสนสาหัสให้กับเหล่าพี่น้องชาวอเมริกัน และก่อให้เกิดการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้เราจะปล่อยให้ดำเนินต่อไปไม่ได้
ทางผู้นำสหรัฐฯ ระบุต่อว่า ในวันที่ 1 มกราคม 2570 ภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ รถบรรทุก (ทั้งขนาดเล็กและใหญ่) ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กกล้า จากแคนาดา จะถูกปรับขึ้นเป็น 50% หากผลิตในสหรัฐฯ ก็จะไม่มีการเก็บภาษีเลย แคนาดาจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษเสมือนเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ อีกต่อไป ทั้งในเรื่องการค้าและด้านอื่น ๆ แคนาดาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่รับมือด้วยยากที่สุดในโลก พวกเขามักคิดว่าตนเองมีสิทธิ์เหนือผู้อื่น ทั้งที่ความจริงแล้ว สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการแคนาดา แต่แคนาดาต่างหากที่ต้องการสหรัฐฯ โดยแคนาดามีสัดส่วนการค้าถึง 95% กับสหรัฐฯ ในขณะที่สถานการณ์ของสหรัฐฯ นั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงดึกของวันศุกร์ (21 ส.ค. 69) ทั้งสองประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ โดยต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษกันและกัน โดยนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ยอมรับว่า การเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ประสบความล้มเหลว เพราะแคนาดาไม่สามารถยอมรับสิ่งที่ตัวแทนการค้าสหรัฐฯ เสนอมา และจะไม่ให้ในสิ่งที่พวกเขาขอ และตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนนี้เป็นต้นไป แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ อาทิ เหล็ก, ผลิตภัณฑ์นม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อตอบโต้มาตรการเก็บภาษี 50% ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว