สำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ เผยว่า สหรัฐฯ ใช้งบประมาณในการทำสงครามกับอิหร่านในช่วง 5 เดือนแรก สูงเกือบ 1.33 ล้านล้านบาท ซึ่งสงครามอิหร่านจะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และไม่มีแนวโน้มจะจบลงในเร็ว ๆ นี้
วันนี้ (17 ก.ย. 69) สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ เผยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (เกือบ 1.3 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ที่เริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มาจนถึงวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังคงมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 แสนล้านบาท) ต่อเดือนหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น
โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ คาดว่า สงครามอิหร่านจะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2570 ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นประมาณ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ มากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ โดยสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลง และการหยุดชะงักของการขนส่งทางทะเลในทะเลแดง ทำให้ราน้ำมันขายปลีกในสหรัฐฯ สูงขึ้นเป็นประวติการณ์
นอกจากนี้ สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวเลขประมาณการส่วนใหญ่มาจากการทดแทนกระสุนและอุปกรณ์ที่สูญเสียไปในการสู้รบ และไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บในสงคราม หรือค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและการชดเชยความพิการของทหารผ่านศึกในระยะยาว
ทั้งหมดคือค่าใช้จ่ายที่ชาวอเมริกันต้องแบกรับ สำหรับสงครามกับอิหร่านที่เข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว และไม่มีแนวโน้มจะจบลงในเร็ว ๆ นี้ ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามลดค่าใช้จ่ายด้านหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการอื่น ๆ