"ยศชนัน" ลงพื้นที่ เร่งฟื้นฟู อ.ปัว-ท่าวังผา จ.น่าน

View icon 15
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 20.11 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - ที่ประชุม ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน 41 จังหวัด ครัวเรือนละ 9,000 บาท เสียชีวิตได้รับรายละ 2 ล้านบาท ขณะที่ รองนายกฯ ลงพื้นที่เร่งฟื้นฟูจังหวัดน่าน

"ยศชนัน" ลงพื้นที่ เร่งฟื้นฟู อ.ปัว-ท่าวังผา จ.น่าน
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหา และเร่งรัดการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยที่อำเภอท่าวังผา และอำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยติดตามการสร้างฝายกักเก็บน้ำจำลอง เร่งรัดเคลียร์ดินโคลนออกจากพื้นที่ และซ่อมแซมเส้นทางจราจร

โดยกรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน แบ่งเป็นค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำสูงสุด 88,600 บาท กรณีเช่าบ้านช่วยเหลือไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท สูงสุดไม่เกิน 2 เดือน

ครม.อนุมัติงบฯ กลาง 558 ล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
ส่วนที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบฯ กลาง กว่า 558 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 ในพื้นที่ 41 จังหวัด ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เสนอ

กรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำท่วม เยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท ส่วนกรณีผู้เสียชีวิต จากอุทกภัยโดยตรง และดินโคลนถล่ม เยียวยารายละ 2 ล้านบาท ซึ่งที่จังหวัดน่านมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน

โดย นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การจ่ายเงินเยียวยาจะต้องทำให้สะดวกที่สุด ไม่ต้องให้ประชาชนมายื่นเอกสารซ้ำซ้อน โดยเป็นหน้าที่ของหน่วยราชการในประสานข้อมูลเป็นการภายในและดำเนินเรื่องอนุมัติเงิน เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

จ่อชง ครม.เคาะรัฐบาลซื้อประกันภัยพิบัติ
ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. สัญจร ที่จังหวัดสงขลา สิ้นเดือนนี้ จะนำเสนอแนวทางรัฐบาลซื้อประกันภัยพิบัติพื้นฐานกับบริษัทประกัน ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ประกอบด้วย น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว

โดยจะให้บริษัทประกันภัย จ่ายเยียวยาให้ประชาชนตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อความรวดเร็ว คล้ายกับประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศญี่ปุ่นประชาชนต้องจ่ายเอง ส่วนประเทศไทยจะใช้งบประมาณของรัฐ จัดเป็นสวัสดิการสำรองในการดูแลประชาชน หากเกิดเหตุ เน้นในพื้นที่สุ่มเสี่ยงภัยพิบัติ คาดว่าจะมี 20 ล้านครัวเรือน เพื่อทำให้รัฐควบคุมงบประมาณได้ โดยจะบังคับใช้ให้เร็วที่สุดภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง