ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังจาก ยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ โชว์เอกสารสำนวนคดีฮั้ว สว. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนวานนี้ ดีเอสไอ เข้าแจ้งความดำเนินคดี เอาผิด ทำให้พรรคประชาชน ตั้งคำถามว่า เป็นการแจ้งความเพื่อปิดปากหรือไม่
เมื่อวานนี้ (25 ส.ค.) เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย ดีเอสไอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่นำเนื้อหาภายในสำนวนคดีฮั้ว สว. มาเผยแพร่ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อการดำเนินดคี
โฆษกดีเอสไอ ยอมรับว่า จากการพิจารณาเอกสารเบื้องต้นแล้ว เห็นว่า เป็นเอกสารทางราชการ และเป็นรายงานการสอบสวน ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่า ไม่ใช่แจ้งความเพื่อเตะตัดขา หรือ ดิสเครดิต และย้ำว่าไม่ใช่แรงกดดันจากทางการเมืองแน่นอน
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน มองว่า ไม่ว่า ข้อมูลนั้น จะได้มาจากที่ใด หากเป็นความจริง สังคมก็ควรได้รับรู้ การที่รัฐบาลอ้างเรื่องชั้นความลับ หรือ อำนาจทางกฎหมาย เพื่อพยายามปิดปากคนที่ตีแผ่ความจริงหรือไม่ ตอนนี้ให้กำลังใจ กกต.เต็มที่
และกฎหมายให้อำนาจ กกต.ว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อก็ต้องส่งเรื่องให้ศาล เพราะกกต.ไม่ได้มีอำนาจชี้ถูกชี้ผิด และหากใช้อำนาจโดยมิชอบก็คงมีคนเตรียมยื่นเรื่องดำเนินคดีกับ กกต.
ระหว่างที่นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาพอดี โดยนายณัฐพงษ์ หันมายกมือไหว้ทักทายนายกฯ ซึ่งนายกฯ ก็ยิ้มและไหว้ทักทายกลับ
โดยนายกฯ บอกว่า ใครที่เอาเอกสารทางราชการออกมา มีกฎหมายระบุความผิดไว้อยู่แล้ว ซึ่งหน่วยงานที่แจ้งความดำเนินคดี เป็นเรื่องปกติที่ต้องทำ ใครเอาออกไปหาไม่ยาก ยืนยันจะดำเนินคดีเต็มที่ ซึ่งคนที่ปล่อยข้อมูลออกเจตนาไม่ดีต่อรัฐบาลแน่นอน
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ตั้งคำถามกรณี iLaw นำข้อมูลที่อ้างเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน DSI มาเผยแพร่ ต้องตอบให้ได้ว่า หากเป็นเอกสารจากสำนวนจริง เอกสารมาจากไหน ใครรับรองความถูกต้อง ซึ่งสำนวนสอบสวนไม่ใช่คำพิพากษา อย่าทำให้ ข้อกล่าวหา กลายเป็น คำพิพากษา