ห้องข่าวภาคเที่ยง - จังหวัดน่าน ยังคงระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้านใน อำเภอปัว เพื่อเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ล่าสุดมีข่าวดี เงินเยียวยาก้อนแรก จะจ่ายสิ้นเดือนนี้ ให้กับผู้ประสบภัยทุกคน ๆ ละ 6,700 บาท
ชาวบ้านเฮ เงินเยียวยาน้ำท่วม ก้อนแรก 30 ส.ค. จ.น่าน
วันนี้ชาวบ้านใน อำเภอปัว และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ยังคงเร่งช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน อาคาร ร้านค้า หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยนำเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาช่วยฉีดล้างคราบโคลนและสิ่งสกปรก พร้อมช่วยเคลื่อนย้ายสิ่งของ จัดระเบียบพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ซึ่งมีหน่วยงานและทีมช่วยเหลือในพื้นที่ได้ลงพื้นที่สำรวจและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งการทำความสะอาดพื้นที่ การจัดการสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการให้คำแนะนำและประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ
ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ระหว่างเร่งสำรวจ และรวบรวมข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน ทรัพย์สิน และสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เพื่อจัดทำข้อมูลประกอบการให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและตรงตามความเดือดร้อน
ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สรุปข้อมูลให้ฟังว่า ขณะนี้การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยมีความคืบหน้าไปมาก โดยได้เคลียร์เส้นทาง ทั้งถนนสายหลัก ถนนสายรอง ตรอก ซอกซอย และเข้าไปถึงบริเวณบ้านเรือนประชาชนทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนแต่ละหลัง ที่ผ่านมาได้มีการประเมินสถานการณ์ทุกวัน หากพบจุดใดล่าช้า ก็จะเพิ่มเครื่องจักรเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งล่าสุดได้ประสานว่าจ้างบริษัท เอกชน เข้าไปช่วยตำรวจ ทหาร จิตอาสา ล้างทำความสะอาดบ้าน เพื่อสนับสนุนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ส่วนข่าวดีที่บอกไปก่อนหน้านี้ เรื่องเงินเยียวยาก้อนแรกที่จะจ่ายให้กับชาวบ้าน อำเภอปัว คนละ 6,700 บาท เพื่อนำไปซื้อสิ่งของจำเป็น กำหนดออกมาแล้ว จะเริ่มจ่ายในวันที่ 30 ,31 สิงหาคม และ 1 กันยายนนี้
ส่วนกรณีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง จังหวัดกำลังพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือในการก่อสร้างบ้านใหม่ เนื่องจากหากดำเนินการตามระเบียบปัจจุบัน จะสามารถเบิกจ่ายได้เพียง 88,600 บาทต่อราย ตามระเบียบของ ปภ.
ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมีมูลค่าสูงกว่านั้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่าบ้านพังเสียหาย 100 เปอร์เซ็นต์ มีอยู่ 9 หลัง และเสียหาย 50 เปอร์เซ็นต์มีอยู่ 6 หลัง ที่เหลือเสียหายไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์