หนุ่มเมียนมา สากทุบหัวเจ้าของร้านชำ เปิดปากขอโทษ อ้างแค่ต้องการเอาทรัพย์ ไม่ได้ต้องการเอาชีวิต แต่บังเอิญเผชิญหน้าจึงลงมือ ด้านภรรยาผู้เสียชีวิต เตรียมบินกลับจากสหรัฐอเมริกา มาชี้ทรัพย์สินค่ำนี้
วันนี้ ( 26 ส.ค. 69 ) หลังตำรวจจับกุม นายชิต อายุ 25 ปี (MR.KHUN CHIT OO ) ชาวเมียนมา ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ1395/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.69 ข้อหา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้ในแคมป์คนงานเก่า ที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งผู้ต้องหาเคยทำงาน โดยจับกุมได้พร้อมทรัพย์สิน ทองรูปพรรณ จำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิต ก่อนถูกควบคุมตัวมายัง สน.ประเวศ
โดยระหว่างคุมตัวออกมาให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ทีมข่าวพยายามสอบถามมูลเหตุจูงใจกับผู้ต้องหา ซึ่งเจ้าตัวพูดเพียงแค่ว่า "ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมขอโทษ"
ขณะที่ พันตำรวจเอก ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผู้กำกับการการ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยนายชิต ผู้ต้องหา เคยอาศัยอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์ ด้านหลังติดกับบ้านของนายธวัชชัย ผู้เสียชีวิต ได้ประมาณ 3 เดือน และเคยเป็นลูกค้าที่ไปซื้อของที่ร้านชำของผู้เสียชีวิตเป็นประจำ และรู้ว่าเจ้าของร้าน เป็นคนมีฐานะ รู้เวลาในการเปิด-ปิดร้าน และรู้ว่าส่วนใหญ่นายธวัชชัย จะอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียวบ่อย ซึ่งยอมรับว่ามีเป้าประสงค์จะชิงทรัพย์
วันเกิดเหตุ เดินทางมาจากห้องเช่าย่านลำสาลี โดยนั่งรถสองแถว มาลงที่หน้าปากซอย แล้วเดินเข้ามาผ่านซอยนักกีฬาแหลมทอง 40 ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยัง อะพาร์ตเมนต์ที่นายชิตเคยอาศัยอยู่ แต่อะพาร์ตเมนต์ดังกล่าวไม่มีผู้อาศัยอยู่แล้ว และไปยืนซ่อนอยู่ทางด้านหลังตึก เล่นโทรศัพท์อยู่แถวนั้นเพื่อรอเวลานายธวัชชัยปิดไฟบ้าน เกือบประมาณ 2 ชั่วโมง
กระทั่งนายธวัชชัยปิดไฟที่บ้าน จึงอาศัยจังหวะปีนรั้วจากข้างหลังตึก กระโดดเข้าไปด้านหลังของบ้านนายธวัชชัย ก่อนที่จะอ้อมไปที่บริเวณด้านหน้าบ้าน ทำการสะเดาะประตูกระจกร้านค้า ตัดวงจรไฟฟ้า จากนั้นรื้อค้นหาทรัพย์สินของมีค่า ที่บริเวณห้องเก็บเงิน ใช้ระยะเวลานานกว่า 2 ชม. ทำให้นายธวัชชัย เห็นความผิดปกติ เปิดประตูพร้อมกับใช้ไฟฉายส่อง พร้อมเดินไปหยิบไม้ ที่บริเวณห้องเก็บของ ซึ่งตอนนี้นายชิดได้หลบมุดแอบใต้โต๊ะ ซ่อนหลังประตู จนกระทั่ง เผชิญหน้ากับนายธวัชชัยที่บริเวณห้องครัว จึงได้ใช้สากกะเบือ ตีศีรษะของนายธวัชชัยจนแน่นิ่ง
จากนั้นได้รื้อค้นทรัพย์สินต่อ พอได้ทรัพย์สินแล้ว ได้รีบหนีกลับห้องพักย่านลำสาลี ก่อนที่จะนำเสื้อผ้าที่ใส่ไปก่อเหตุทิ้งขยะ จากนั้นเดินทางออกจากพื้นที่ มุ่งหน้าไปยังแคมป์คนงานเก่าในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ทรัพย์สินที่ชิงมาได้ เป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง ได้นำไปใช้จ่ายส่วนตัว ส่วนทองคำที่ได้มา ยังไม่ได้ไปจำนำตามร้านต่าง ๆ
ภายหลังสอบปากคำ ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกคือบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ โดยให้ผู้ต้องหาไปชี้จุดที่มีการปีนเข้า-ออกบ้าน จุดที่มีการปิดกล้องวงจรปิด บริเวณหลังครัว รวมถึงพฤติกรรมการใช้สากทุบหัวผู้เสียชีวิต จุดที่สองคือบริเวณถังขยะ ใกล้ห้องพักย่านลำสาลี จุดที่มีการทิ้งเสื้อผ้าที่ก่อเหตุ ก่อนที่คุมตัวไปขอศาลอาญามีนบุรีฝากขังผัดแรกในวันพรุ่งนี้ ท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี
อย่างไรก็ตาม ภรรยาของผู้เสียชีวิตจะบินกลับมาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อยืนยันทรัพย์สินว่าเป็นของผู้เสียชีวิตหรือไม่ ในช่วงค่ำวันนี้