กัมพูชา ประท้วงกรณี “นายอนุทิน” ลงพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี อ้างตรงนั้นเป็นดินแดนของกัมพูชา และ นายกฯ ไทย ไม่ขออนุญาตก่อนลงพื้นที่
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปพบปะอาสาสมัคร ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน สอบถามความเป็นอยู่ พูดคุยกับประชาชน และได้ไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่
ล่าสุด วันนี้ (26 ส.ค. 69) ทางรัฐบาลกัมพูชาได้ยื่นหนังสือประท้วงอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ นายอนุทิน นายกฯ ไทย เดินทางเยือนพื้นที่ช่องอานม้า โดยระบุว่า การเดินทางเยือนพื้นที่ดังกล่าวของ นายกฯ ไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความพยายามอย่างจงใจที่จะอ้างสิทธิ์โดยมิชอบเหนือดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ในพื้นที่ซึ่งถูกกองทัพไทยเข้ายึดครองอย่างมิชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2568
ทางรัฐบาลกัมพูชา ขอย้ำว่า สิทธิทางกฎหมายย่อมไม่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การเข้ายึดครองดินแดนอันเป็นอธิปไตยของกัมพูชาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจได้รับความชอบธรรมจากการเยือนของนายกรัฐมนตรีไทยได้ ซึ่งการเยือนดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอธิปไตยเหนือดินแดนของกัมพูชาอย่างร้ายแรง ตามที่ได้มีการกำหนดและแบ่งเขตไว้ในแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำโดยตามอนุสัญญาฝรั่งเศส-สยาม เพื่อปักปันเขตแดน และตามข้อ 1 ของแถลงการณ์ร่วมในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) นัดพิเศษ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งห้ามมิให้มีการกระทำอันเป็นการยั่วยุที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดตามแนวชายแดน
ทางทางรัฐบาลกัมพูชา ขอย้ำอีกว่า ทั้งแผนที่ที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายเดียวของไทย และการเยือนใด ๆ ที่อ้างอิงแผนที่ที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายเดียว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลได้ ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาไม่ยอมรับเส้นเขตแดนหรือการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนใด ๆ ที่ประเทศไทยประกาศขึ้นโดยฝ่ายเดียว การเยือนดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิทางกฎหมายหรือจุดยืนของกัมพูชาในเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ
โดยรัฐบาลกัมพูชาขอเรียกร้องให้ประเทศไทยยุติการกระทำดังกล่าวในพื้นที่ช่องอานม้า รวมถึงพื้นที่อื่นใดที่กองทัพไทยเข้ายึดครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายนับตั้งแต่ปี 2568 เพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และเอื้ออำนวยให้เกิดการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูสันติภาพ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์ฉันเพื่อนบ้านที่ดีตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย
ทั้งนี้ ทางกัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทั้งหมดกับประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ปฏิบัติกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ โดยใช้วิธีการทางสันติวิธีเท่านั้น สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่ พร้อมทั้งยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในหลักการที่ว่าเส้นเขตแดนจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้กำลัง