เปิดมาตรการช่วยน้ำท่วม เร่งฟื้นฟูกลุ่มเปราะบาง “ซ่อมแซมบ้านคนพิการ” สูงสุดไม่เกิน 135,000 บาท ส่งนักจิตวิทยาดูแลสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด
วันนี้ (26 ส.ค.69) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่จ.น่าน ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
โดยรัฐบาลได้นำระบบเทคโนโลยี "สมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์" (MSO-Logbook) มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้เคลื่อนย้ายลำบาก ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
รัฐบาลได้วางแนวทางการทำงานจะครอบคลุม 3 ระยะอย่างเป็นระบบ คือ ระยะก่อนเกิดภัย ที่เน้นจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยงอย่างละเอียด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ , ระยะระหว่างเกิดภัย สนับสนุนการช่วยเหลือและร่วมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว และระยะหลังเกิดภัย หลังน้ำลด เร่งสำรวจความเสียหายและความต้องการของประชาชนรายครอบครัว เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูและเยียวยา
สำหรับมาตรการช่วยเหลือเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและการสงเคราะห์นั้น กระทรวง พม. ได้จัดเตรียมวงเงินสนับสนุนตามกรอบกฎหมายครอบคลุมทุกมิติ ได้แก่ เงินสงเคราะห์ฉุกเฉิน ช่วยเหลือเบื้องต้นทันที ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนหรือครอบครัว ขณะที่เงินเพื่อการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านผู้สูงอายุ ในปีหน้าจะมีการเพิ่มวงเงินเป็นไม่เกิน 60,000 บาท รวมค่าวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน
ส่วนกรณีการซ่อมแซมบ้านคนพิการที่ประสบภัยพิบัติ จะมีเงินสนับสนุนผ่านกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ วงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 135,000 บาท แบ่งเป็นค่าวัสดุก่อสร้าง ไม่เกิน 100,000 บาท ค่าแรงงาน ไม่เกิน 30,000 บาท และค่าระบบน้ำ ไฟฟ้า และประปา ไม่เกิน 5,000 บาท
นอกจากนี้ ในด้านการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตระยะยาว หากผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือด้านอาชีพ กระทรวง พม. พร้อมประสานการฝึกอาชีพและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างรายได้ยั่งยืน หากกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่เพียงพอ รัฐบาลพร้อมระดมทีม พม. จากจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา ลงพื้นที่เยียวยาสภาพจิตใจและฟื้นฟูการดำรงชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด