ก.กลาโหม-กองทัพไทย แจง “เรืออับราฮัม ลินคอล์น” สหรัฐฯ แวะพักไทย ไม่ได้เติมกระสุน ไร้ปัญหาอิหร่าน ยันพร้อมรับทุกประเทศเท่าเทียม
วันนี้ (26 ส.ค.69) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีเรือ USS Abraham Lincoln จะแวะจอดเทียบท่าเรือ และพักที่ประเทศไทยว่า การเยือนของเรือสหรัฐฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการฝึก หรือการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพเรือไทย แต่เป็นภารกิจฟื้นฟูกําลังพลที่มาพักผ่อน และผ่อนคลาย หลังเสร็จภารกิจตะวันออกกลางที่ปฎิบัติหน้าที่มาเป็นเวลา 250 วัน ทําให้กําลังพลมีความเครียดในระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้นการแวะพักที่ประเทศไทยในช่วงวันที่ 2-6 ก.ย. 69 จะให้กำลังพลได้ขึ้นฝั่ง และผ่อนคลาย ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศการท่องเที่ยวติดท็อป 10 ของโลก จึงเห็นความสําคัญเรื่องการใช้ประโยชน์ของประเทศไทย ก่อนเดินทางกลับฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกา
พล.ร.ต. สุรสันต์ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่ามีการปฏิบัติการร่วม ขอปฏิเสธว่าไม่มีการปฏิบัติการร่วมใด ๆ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบข้อตกลงระหว่างไทยและสหรัฐฯ อีกทั้งในอดีตที่ผ่านมาก็มีเรือของสหรัฐฯ มาแวะพักผ่อน ที่เมืองไทยอยู่หลายครั้ง
เมื่อถามถึงการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะมีกำลังพลจากนานาชาติมาเทียบท่าเรือไทย พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวว่า ประเทศไทยจะมีเจ้าหน้าที่ตํารวจ และสารวัตรทหาร (สห.) คอยกํากับดูแล ร่วมกับ สห.สหรัฐฯ ที่ส่งมาดูแลกำลังพลตัวเอง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับการฝึกคอบราโกลด์ ที่จะมีกําลังพลต่างประเทศ หรือสหรัฐฯ เข้ามา นอกจากนี้ จะมีการจัดทำรายละเอียดระเบียบกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ที่ต้องปฏิบัติตาม ไม่ได้หมายความว่า กําลังพลสหรัฐฯ จะทําอะไรก็ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ และเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ กำชับกําลังพลของเขาเช่นกัน
เมื่อถามว่า เรือดังกล่าวจบการปฏิบัติภารกิจตะวันออกกลาง และมาแวะพักที่ประเทศไทย จะทําให้เกิดปัญหากับอิหร่านหรือไม่ พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่ผูกพันกัน การดําเนินการเป็นไปตามระเบียบข้อตกลงร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ไม่ใช่ปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวกับตะวันออกกลาง
ด้าน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองทัพไทย กล่าวเสริมว่า เราไม่ได้ให้การสนับสนุนกระสุน หรืออะไรต่างๆ เพราะเป็นเรื่องอันตราย แต่เป็นการฟื้นฟูกําลังพล นอกจากนี้ กองทัพเรือ ย้ำว่า การขอเข้าจอดเรือ เราตอบรับทุกประเทศเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา, จีน หรือรัสเซีย ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือทุกประเทศ ไม่มีประเทศไหนได้อะไรเป็นพิเศษมากกว่าประเทศอื่น