มูลนิธิชัยพัฒนา-กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เกาะติดสถานการณ์ไฟป่า ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยบุกรุก 230 ไร่

มูลนิธิชัยพัฒนา-กรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เกาะติดสถานการณ์ไฟป่า ตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยบุกรุก 230 ไร่

View icon 37
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 09.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (27 ส.ค. 69) นายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ตรวจสอบการดูแลพื้นที่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

โดยภาพรวมการเกิดไฟป่าในฟื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

นอกจากภารกิจติดตามสถานการณ์ไฟป่า คณะยังตรวจสอบสวนปาล์มน้ำมันต้องสงสัยบุกรุก บริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลควนเคร็ง อำเภอชะอวด รวม 8 จุด เนื้อที่ประมาณ 230 ไร่ พบว่าบางแปลงมีการนำเอกสารสิทธิ์มาแสดง ทั้ง น.ส.3 ก. และ ส.ค.1 ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาและความถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนแปลงที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดและดำเนินคดีแล้ว

หลังจากนั้น อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมคณะ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บินสำรวจพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งทางอากาศ เพื่อตรวจสอบสภาพป่า แนวเขต และประเมินพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า พร้อมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุดลาดตระเวน จุดเฝ้าระวังไฟป่า ชุดดับไฟป่าเคลื่อนที่เร็ว และเครือข่ายอาสาสมัคร เพื่อกำชับการปฏิบัติงานและการเฝ้าระวังการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กองป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า สนธิกำลังร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน โดยนำระบบลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ Smart Patrol และระบบระบุพิกัดผ่านดาวเทียม GPS มาใช้ติดตามพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช และป่าพรุทะเลน้อย จ.พัทลุง

พร้อมให้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน จัดทำแนวเขตพื้นที่บุกรุก และติดตามผู้เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือใช้ประโยชน์พื้นที่โดยผิดกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินคดีมีความชัดเจน รัดกุม และนำไปสู่การยึดคืนพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าปราบปรามการบุกรุกป่าพรุอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการดำเนินคดีผู้กระทำผิด การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ และการยึดคืนพื้นที่ที่ถูกครอบครองโดยมิชอบ เพื่อรักษาป่าพรุควนเคร็งและป่าพรุทะเลน้อย ซึ่งเป็นระบบนิเวศสำคัญของภาคใต้ ให้คงความอุดมสมบูรณ์และยั่งยืนต่อไป