โผล่อีก ! ทายาทฟ้องขอคืนที่ดินจากวัดดัง จำนวนกว่า 11 ไร่

โผล่อีก ! ทายาทฟ้องขอคืนที่ดินจากวัดดัง จำนวนกว่า 11 ไร่

View icon 19
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 10.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โผล่อีก ! ทายาทฟ้องขอที่ดินคืนจากวัด กว่า 11 ไร่ ด้านเจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม ยอมรับ มีการฟ้องวัดขอทวงที่ดินคืน ถึง 2 ครั้ง ชี้ ที่ดินเป็นของรัฐแล้ว เจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าของวัด ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์คืนได้

วันนี้ ( 27 ส.ค. 69 ) จากกรณีมีทายาท ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฟ้องร้องวัดเพื่อขอที่ดิน จำนวน กว่า 11 ไร่ ล่าสุดสอบถาม พระมหาพีรดนย์ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาสวัดอุทัยธรรมาราม เปิดใจถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า ยอมรับ ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง และทายาทของ “นางอุทัย” ฟ้องวัดเพื่อขอที่ดินคืนถึงสองครั้ง

ไทม์ไลน์ ที่มาที่ไปของการถวายที่ดิน อดีตและถึงปัจจุบัน เกิดขึ้น เมื่อ ปี 2540 “นางอุทัย ขันธนิธี“ ผู้ถวายโฉนดที่ดินให้กับพระมหาบุญสงค์ ปิติปุญโญ ขณะนั้นอยู่ที่วัดในจังหวัดปทุมธานี ถวายที่ดินรวมทั้งสิ้น 11 ไร่ 3 งาน 76 ตารางวา เนื่องจาก “นางอุทัย” ไม่มีลูก พอได้รับมรดก ได้แบ่งให้กับพี่น้องบางส่วนไป

สำหรับการฟ้องร้องเกิดขึ้น ครั้งที่แรก ปี 2562-2567 “นายสิงห์” น้องชายของนางอุทัย ไม่เห็นด้วยที่พี่สาวถวายที่ดินจำนวนดังกล่าวให้วัด จึงฟ้องศาล ขอมอบที่ดินผืนทั้งหมดให้กับทายาทผู้สืบสันดานแทน โดยคดีอยู่ที่ศาลชั้นต้น

กระทั่ง 29 มกราคม 67 ศาลชั้นต้นตัดสิน พื้นที่ที่ถวายให้วัดทั้งหมด เป็นของวัดอุทัยธรรมาราม แต่ปรากฎว่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 67 นางอุทัยประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ก่อนที่จะโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อผู้ครอบครองของวัด ส่งผลให้วันที่ 10 มิถุนายน 67 นายสิงห์ ผู้เป็นทายาท โอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อผู้ครอบครอง วัดอุทัยธรรมาราม ตามคำสั่งของศาล ตามที่ปรากฏในใบสลักหลังของโฉนดที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย

ส่วนการฟ้องร้องครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2569 “นายเขียน“ น้องชายของนางอุทัย ที่มีอาชีพขายน้ำอ้อย ฟ้องทวงที่ดินวัดคืนทั้งหมด 11 ไร่กว่า ที่ศาลชั้นต้น โดยมีหมายศาลมาหาตน ที่เป็นเจ้าอาวาสวัดองค์ปัจจุบัน ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องขึ้นศาลไต่สวนกับทายาทของนางอุทัย 2 ครั้ง ครั้งแรก ไต่สวนในวันที่ 3 สิงหาคม , ครั้งสอง ไต่สวนในวันที่ 18 สิงหาคม , และศาลชั้นต้นให้ตนเอง และทายาทของนางอุทัย ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 14 กันยายน ก็ส่งผลให้ต้องขึ้นศาล และมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องศาลจำนวนมาก ทั้งที่วัดแห่งนี้ไม่เคยมีตู้บริจาคหรือรับเรี่ยไร เป็นธรรมยุตนิกาย ก็คือวัดป่า

“ตนเองอยากให้เข้าใจว่า พระในประเทศไทยไม่มีรูปใดที่มีอำนาจพอที่จะคืนที่ดินให้กับโยมที่เป็นทายาทของผู้ถวายที่ดินได้ หรือว่าจะจัดสรรที่ดินขายได้ เพราะหลังถวายให้วัด ที่ดินเป็นของรัฐไปแล้ว ไม่ใช่อำนาจของเจ้าอาวาส เพราะเจ้าอาวาสไม่ใช่เจ้าของวัดนะโยม”

พระมหาพีรดนย์ ฐิตธัมโม เปิดใจเพิ่มเติม ถึงประเด็นที่ห้ามใช้เมรุเผาศพชั่วคราว ไม่เกี่ยวกับเรื่องของทายาท “นางอุทัย” โดยเมรุสร้างมาประมาณ 30 กว่าปี และอดีตเจ้าอาวาสสร้างเอง ยังมีการเปิดใช้ ระหว่างที่หลวงพ่อยังไม่มรณภาพได้ยื่นเรื่องขอใช้เตาเผาศพปลอดมลพิษจาก อบจ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นไม่นานหลวงพ่อก็มรณภาพ ซึ่งวัดได้รับความเมตตาจากนายกอบจ.พระนครศรีอยุธยา อนุมัติงบประมาณ 2 ล้านบาท มาติดเตาเผาศพหลอดมลพิษที่วัด แล้วจากนั้นก็มีการเผาศพญาติโยม แต่ปรากฏว่ามีบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับเตาเผาเมรุ เกิดความกลัว ก็เลยขอให้งดใช้เมรุเผาศพชั่วคราว จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทกันจนถึงปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง