กมธ.ความมั่นคงฯ ถกปมไฟใต้ระอุ เรียก 6 หน่วยงานรัฐ เร่งหาความจริงปมผู้บาดเจ็บอ้างถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์

กมธ.ความมั่นคงฯ ถกปมไฟใต้ระอุ เรียก 6 หน่วยงานรัฐ เร่งหาความจริงปมผู้บาดเจ็บอ้างถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์

View icon 18
วันที่ 27 ส.ค. 2569 | 11.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กมธ.ความมั่นคงฯ ถกปมไฟใต้ระอุ เรียก 6 หน่วยงานรัฐ เร่งหาความจริงปมผู้บาดเจ็บอ้างถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์

วันนี้ (27 ส.ค.69) นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 เข้าชี้แจงถึงเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เมื่อวานนี้มี สส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ 14 คน ต่อหนังสือถึงประธานกรรมาธิการฯ ขอให้ตรวจสอบมาตรการและแนวทางการป้องกันเหตุ จึงได้เชิญ 6 หน่วยงานมาหาข้อมูลถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ช่วงวันที่ 22-24 สิงหาคมที่ผ่านมารวมถึงกรณีผู้บาดเจ็บอ้างว่าถูกอาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ ซึ่งวันนี้กรรมาธิการฯ จะติดตามและหาความจริงให้จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด ซึ่งเรื่องยาเสพติด ของเถื่อน และงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดำเนินการแก้ไข แต่หากเป็นเรื่องแนวคิดแบ่งแยกดินแดน อย่าไปคิด เพราะรัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งผู้พูดคุยเจรจาไว้แล้ว เชื่อว่าคนไทยไม่ยอม ขณะที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาคือจะต้องไม่มีเรื่องการฆ่ากัน และทุกเรื่องที่มีปัญหาสามารถจบได้ด้วยการพูดคุยและการเจรจา

ส่วนแนวทางการให้ข้อมูลของหน่วยงานนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่มีข้อมูลด้านความมั่นคง บางส่วนเป็นความลับ ต้องดูว่าหน่วยงานจะสามารถให้ข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดมานานกว่า 22 ปี ตั้งแต่ปี 47 มีความซับซ้อน ละเอียดอ่อน เพราะเป็นเรื่องที่มีกระบวนการแบ่งแยกดินแดน หากครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุได้ ก็จะแก้ปัญหายาก และจะมีปัญหาอื่นตามมา ที่ผ่านมา การก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง 2 อำเภอในพื้นที่ จ.สงขลา เกิดเหตุรวมแล้วหมื่นกว่าครั้ง ทุกครั้งจะมีเป้าหมายชีวิตประชาชน แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ แต่เป็นการทำลายทรัพย์สินทางราชการ เผาสถานที่ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำลายเสาไฟฟ้า เผารถยนต์ และทำลายกล้อง CCTV แปลกกว่าทุกครั้ง

ส่วนก่อนหน้านี้ที่กรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่เกิดขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่นั้น มองว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว เพราะเป็นพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกครั้งที่เกิดเหตุ เมื่อมีการสันนิษฐานว่าเกิดจากเหตุใด ส่วนใหญ่จะเป็นการแบ่งแยกดินแดน ของเถื่อน ยาเสพติด งบประมาณ และการเมือง

สำหรับกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ข้อมูลว่าเรื่องงบประมาณไม่เกี่ยวข้อง แต่มีข้อมูลว่ามีกลุ่ม BRN รุ่นใหม่เข้ามาร่วมด้วย นายมณเฑียร กล่าวว่า แนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาจะต้องเริ่มจากการหาข้อมูลให้ชัดเจน

ส่วนการตั้งคณะพูดคุยเจรจาครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่นั้น นายมณเฑียร กล่าวว่า ต้องแก้ให้ตรงจุด และต้องพูดคุยกับคนที่ใช่ หากไปพูดคุยกับคนที่ไม่ใช่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ การมีกลุ่มขบวนการรุ่นใหม่เข้ามานั้น อาจเป็นเพราะคนกลุ่มดังกล่าวยังไม่เข้าใจ และจะต้องมีการพูดคุยเจรจากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง