เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนระหว่างเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบต หลังมีน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มหมู่บ้านตามหุบเขา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายหลายร้อยคน
มีการเผยภาพวินาทีผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตาย บริเวณด่านชายแดน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หุบเขาชายแดนเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งกล้องวงจรปิดฝั่งเมืองจีหรง ในทิเบต สามารถจับภาพไว้ได้ หลังเกิดเหตุหิมะและดินโคลนถล่มฝั่งเทือกเขาในเนปาล ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในเนปาลแล้ว ยังทำให้ดินโคลนถล่มกวาดอาคารบริเวณด่านจีหรง และผู้คนจำนวนมากในฝั่งทิเบต ซึ่งเบื้องต้นมีการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตในฝั่งทำเบตแล้วอย่างน้อย 3 คน และมีผู้สูญหายจากการถูกดินโคลนถล่มทับอีกอย่างน้อย 265 คน เส้นทางคมนาคม, ระบบสื่อสาร และไฟฟ้าถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง ขณะที่ ทางการจีนเร่งระดมเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัย รวมทั้งเครื่องจักรกลหนักเพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ความเสียหายฝั่งทิเบตเทียบไม่ได้กับความเสียหายอย่างมหาศาลของทางฝั่งเนปาล
ส่วนฝั่งเนปาล มีการเผยภาพขณะกระแสน้ำที่เต็มไปด้วยดินโคลนไหลลงมาอย่างรุนแรงผ่านไปตามร่องเขาผ่านหมู่บ้านในแถบเทือกเขาหิมาลัย บริเวณใกล้กับย่านเบตราวาติบาซาร์ (Betrawati Bazaar) ในเขตราซุวา (Rasuwa) หลังจากดินโคลนถล่มทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ใกล้ชายแดนติดกับทิเบต เผยให้เห็นภาพกระแสน้ำ, ดินโคลน และเศษซากต่าง ๆ ไหลทะลักลงจากเนินเขาเข้าท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน โดยผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์นี้ไว้ได้ต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ขณะที่ ภาพถ่ายทางอากาศที่บันทึกได้จากบนเฮลิคอปเตอร์ที่บินเข้าไปสำรวจพื้นที่เขตราซุวา เผยให้เห็นความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยพื้นที่บริเวณหุบเขาของเขตพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยดินโคลนที่อัดแน่นไปตามร่องเขา ทำให้เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของเนปาลไม่สามารถลงจอดในพื้นที่ประสบภัยได้จนกว่าระดับน้ำจะลดลง
หลังสถานการณ์เริ่มสงบ กองทัพเนปาลเผยภาพขณะเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ท่ามกลางอุทกภัยและดินถล่มครั้งใหญ่ ทั้งการใช้วิธีโรยตัวลงจากเฮลิคอปเตอร์และนำกระเช้าดึงตัวผู้ประสบภัยออกมาจากดินโคลน ส่วนบางจุดที่สามารถเข้าถึงได้ทางภาคพื้นดิน เจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้วิธีต่าง ๆ รวมทั้งการแบกผู้ประสบภัยขึ้นหลังและเดินเท้านำตัวออกจากพื้นที่ความเสียหาย
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนและบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ในหุบเขาของเนปาล บ้านเรือน, ถนน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานน้ำถูกกระแสน้ำพัดหายไป ขณะที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตฝั่งเนปาลพุ่งสูงเป็นอย่างน้อย 162 คนแล้ว และมีตัวเลขผู้สูญหายสูงถึง 558 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติราว 260 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 28 นาย
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในเนปาล ตอนแรกคาดว่าเกิดจากแผ่นดินไหว แต่ต่อมาทางการเนปาลระบุว่าน่าจะเกิดจากการถล่มของธารน้ำแข็ง ทำให้หิมะและหินจำนวนมหาศาลถล่มทับแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโภเตโกศี (Bhote Koshi) ก่อนเกิดคลื่นน้ำและดินโคลนขนาดมหึมาไหลทะลักลงสู่พื้นที่หุบเขาปลายน้ำ ส่วนแรงสั่นสะเทือนที่บันทึกไว้ได้นั้น สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐฯ (US Geological Survey) ระบุว่าเป็นพลังงานแผ่นดินไหวที่เกิดจากดินโคลนถล่มต่างหาก